ซ่อม สส.เขต 8 นครฯร้อนระอุ ”ไสว“เต็ง-จับตาปชน./ชินวรณ์เหนื่อย

IMG 3452 1

ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายสร้างความซุ่มฉ่ำไปทุกพื้นที่ แต่โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งซ่อม “สส.เขต 8 เมืองคอน” จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบด้วยพื้นที่ อำเภอพิปูน ฉวาง ช้างกลาง และนาบอน กลับร้อนระอุ ด้วยผู้สมัคร ซึ่งเป็นตัวแทนจาก 3 พรรคที่มีโอกาสคว้าชัย ต่ามงัดกลยุทธ์มาสู้ชนิดไม่มีใครยอมใคร เพราะเดิมพันครั้งนี้สูงกว่าตำแหน่งสส. 1 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากยิ่งนัก

เจ้าของพื้นที่เดิมจากพรรคภูมิใจไทย(ภท.) โดยแม่ทัพใหญ่อย่าง นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่เพิ่งประสบความสำเร็จในการคว้าเก้าอี้ นายกอบจ. นครศรีธรรมราช สร้างกระแสไปทั่วประเทศตัดสินใจส่ง “นายไสว เลื่องสีนิล” ที่มีดีกรึเป็นอดีตอาจารย์สถาบันการศึกษาในพื้นที่ สามีอดีต สส.มุกดาวรรณ เลื่องสีนิล เข้าแข่งขัน จากที่มีผู้เสนอตัวหลายคน เพื่อรักษาพื้นที่ เดิมพันคือ “แพ้ไม่ได้” เพราะจะส่งผลกระทบต่อการขยายฐานทางการเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงภาคใต้ต่อไปในอนาคต ที่ตั้งเป้าหมายไว้

ภารกิจนี้ แม่ทัพภาคใต้อย่าง “โกเกี๊ยะ” หรือนายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ จำเป็นต้องใช้ทุกกลยุทธ์และทุกสรรพกำลังเพื่อเอาชนะการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ดังเช่น เพิ่งแต่งตั้ง ”นายสุนทร รักษ์รงค์“อดีตผู้สมัคร สส.เขตนี้ พรรคพลังประชารัฐและย้ายมาสังกัดพรรคสีน้ำเงินเป็น “คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน“ อีกหนึ่งคน

น่าสนใจในจุดแข็งของ นายไสว เลื่องสีนิล กับม็อตโต้ ”ไสว จริงใจ ไปต่อ“ ซึ่งนอกจากภาพจำในฐานะครูบาอาจารย์ที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาก และไม่มีข้อครหาเรื่องธุรกิจสีเทา ด้วยหลังเกษียณเป็นเกษตรกรและปราชญ์ชาวบ้าน แล้วยังสอดรับกับลักษณะของภรรยา ที่ได้รับการยอมรับในฐานะคนการเมือง ที่คนในพื้นที่ยอมรับมาตั้งแต่การเป็น สจ. มาถึงสส.

ผลงานของอดีต สส.มุกดาวรรณ ที่สามารถดึงงบประมาณและโครงการมาพัฒนาในพื้นที่เขต 8 มากมาย จึงเป็นหลักค้ำประกันให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ถ้าเลือกไสว แล้วจะสานงานต่อ ไม่ต้องรอ หรือเริ่มต้นใหม่

ฐานเสียงเดิมของพรรคภูมิใจไทย ก็ยังเหนียวแน่น ประกอบกับอาวุธลับของ โกเกี๊ยะ ที่มี ”สุนทร รักษ์รงค์“ เป็นขุนพลอีกคน โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา สุนทรแพ้มุกดาวรรณด้วยคะแนนที่ไม่ห่างมากนัก และวันนี้ได้ประกาศสนับสนุน ”อาจารย์ไสว“ และลงฝังตัวในพื้นที่ ทำงานแบบเงียบๆ ด้วยหวังผลักดันฐานคะแนนเสียงเดิมเกือบ 18,000 คะแนน มาเติมให้ไสว เลื่องสีนิลอีกทางหนึ่ง

ภาพที่ ”สุนทร“ เป็นนักยุทธศาสตร์มวลชน มีทั้งบู๊และบุ๋น ทำงานเคลื่อนไหวทางสังคมทั้งเชิงลึกและกว้าง มีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยาง ปาล์มน้ำมัน และเครือข่ายต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกิน ครอบคลุมในพื้นที่เขต 8 จึงเป็นพลังหนุนเสริมให้ไสวได้มาก

ขณะเดียวกัน ”โกเกี๊ยะ“ ยังมี ”เลขาอารีย์“ นายอารีย์ ไกรนรา เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ช่วยงานการเมืองในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างต่อเนื่อง และที่มองข้ามไม่ได้คือ ”นายกน้ำ“ นางสาววาริน ชินวงศ์กับพลพรรค อบจ.นครศรีธรรมราช ตลอดจนเครือข่าย ”อำนาจรัฐ“ ที่่พรรคภูมิใจไทยครองตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงมหาดไทย 

บวกกับฐานการเมืองเดิม และคะแนนสงสาร ”สส.มุก” ที่ถูกใบแดง วันนี้ ”ไสว เลื่องสีนิล“ จึงเป็นต่อคู่แข่งทุกคนอยู่มาก 

คู่แข่งที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทยคือ  ”สจ.บิ๊กโอ“ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ จากพรรคกล้าธรรม ที่มี นายธรรมนัสพรหมเผ่า เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ด้วยชื่อชั้นและผลงานของ ”ธรรมนัส“ ที่ทุกคนรู้ว่าไม่ธรรมดา และเคยฝากผลงานตอนเลือกตั้งซ่อม สมัยพรรคพลังประชารัฐ พาอดีต ส.ส.อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เข้าสภามาแล้ว

เดิมพันของธรรมนัสคือ ต้องปักธง สส.คนที่ 25 ของพรรคกล้าธรรม เพื่อทำผลงานให้เข้าตานายใหญ่ ถ้าแพ้เสมอตัวหากชนะกำไรหลายต่อ  โดยมือทำงานและผู้ช่วยคนสำคัญคือ ”สส.กฤต“ นายชนนพัฒฐ์  นาคสั้ว สส. สงขลา เขต 4 ที่ทำการแทนในพื้นที่ด้วยภาพที่ ”ทำถึง“ และคนเมืองคอนคุ้นเคยในบทบาทประธานสโมสรฟุตบอลนครศรียูไนเต็ด

ส่วน ”สจ.บิ๊กโอ“ ก็ใช่จะโนเนม ด้วยดีกรีอดีต สจ.อำเภอฉวาง และเป็น ”ลูกเขย“ นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ จุดแข็งของบิ๊กโอคือ ใจถึง พึ่งได้ ลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง และยาวนาน เพราะตั้งเป้าหมายที่จะสมัคร สส. ตั้งแต่ครั้งก่อน แต่จำใจต้องหลีกทาง จึงมีเครือข่ายหัวคะแนนมากมาย ทั้งท้องที่และท้องถิ่น อีกทั้ง สายนักเลงที่มีความสัมพันธ์กับธรรมนัสก็ลงพื้นที่ช่วยบิ๊กโออย่างแข็งขัน

จุดอ่อนของบิ๊กโอ ที่ยังเป็นรองไสว แห่งภูมิใจไทย นอกจากองค์ประกอบทางการเมืองข้างต้นของไสว ที่มีข้อได้เปรียบมากกว่าแล้วคือ การที่บิ๊กโอ ต้องแย่งคะแนนเสียงกับพ่อตา จากปชป. รวมทั้งภาพทางการเมืองของธรรมนัส หลังยุคพลังประชารัฐกับคนใต้ ที่เป็นแรงเสียดทาน ที่ต้องพิสูจน์กันในครั้งนี้ 

กล่าวถึง ”พ่อตาบิ๊กโอ“ อย่างนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตรัฐมนตรี และสส. 9 สมัยในยุครุ่งเรืองของประชาธิปัตย์มาพลาดท่าเพราะย้ายเขตเลือกตั้งครั้งก่อน และส่งลูกสาวลงเขตนี้ บวกกับความนิยมปชป.ที่ลดลงมาก ตั้งแต่ยุค ”หัวหน้าจุรินทร์“ จึงสอบตกทั้งคู่ การกลับมาทวงตำแหน่งคืนในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ แม้จะมองข้ามไม่ได้ จากจุดยืนที่ประกาศ ”ไม่ซื้อเสียง“ และขอโอกาสให้คนดีกลับมามีที่ยืน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากในสถานการณ์ทางการเมืองเช่นนี้

จึงเป็นเกมเดิมพันบทบาท แม่ทัพใหญ่อย่าง ”นายกชาย“ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการสาธารณสุข ผู้เป็น”เลขาธิการปชป.“ กับรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ อย่าง ”สส.แทน“ นายชัยชนะ เดชเดโช ที่เพิ่งบอบซ้ำจากการพ่ายแพ้สนามอบจ. เมืองคอน ของผู้เป็นแม่ ”นายกต้อย“ ให้กับ ”นายกน้ำ“ ของโกเกี๊ยะ 

”คอการเมือง“ ในพื้นที่มองกันว่า ศึกเลือกตั้ง สส.เขต 8 หนนี้เป็นเดิมพันครั้งสุดท้ายในชีวิตการเมืองของ ”ชินวรณ์“ที่ตระกูลบุณยเกียรติจะยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้  และวันนี้ทุกคนโดยเฉพาะเหล่าแกนนำปชป.ต่างยอมรับว่า ”ชินวรณ์เป็นรองมาก“ แต่ทั้ง ”ผู้นำจิตวิญญาณ“ ที่ไร้บทบาทในพรรคยุคนี้อย่าง นายชวน หลีกภัย ก็ต้องลงมาเดินช่วยหาเสียงในช่วงสงกรานต์ เช่นเดียวกับ “นายกชาย” ที่มาขึ้นเวทีปราศรัยช่วยไปแล้ว โดยภาพรวมช่วยให้กระแสของนายชินวรกระเตื้อนขึ้นมาเล็กน้อย

จุดอ่อนของนายชินวรณ์นอกจากกระแสปชป. ที่ต่ำลงมา ตั้งแต่การเลือกตั้งสองครั้งที่ผ่านมาแล้ว  ความเก่า และอ่อนแรงของตัวเอง รวมถึงการทีี “ลูกเขย“ มาเป็นคู่แข่ง ที่เป็นกระแสทางการเมือง ก็ยังเป็นโจทย์ที่ท้าทายยิ่ง 

ทั้งยังมีคำถามว่า “สส.แทน” แห่งบ้านใหญ่เดชเดโช กับตระกูลบุณยเกียรติ  ที่มีภาพทางการเมืองคนละมุ้งในปชป. กับบทบาทในวันนี้ จะเป็นอย่างไร ที่รอพิสูจน์ในผลการเลือกตั้ง 27 เมษายนนี้

ดังนั้น มองแค่สามพรรคการเมืองข้างต้น ศึกเลือกตั้งซ่อม สส. เขต 8 ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนสงครามตัวแทนการเมืองระดับชาติ เพราะผลแพ้ชนะกระทบกว้างกว่าผู้สมัคร และพื้นที่เลือกตั้ง

ในเขต 8 ยังมีคู่แข่งที่อาจจะเป็น “ตาอยู่” คือผู้สมัครจากพรรคประชาชน ดร.ณัฐกิตต์ อยู่ด้วง-ปรีชา ที่มีฐานเสียงเดิมจากพรรคก้าวไกล 11,500 คะแนน ซึ่งเป็นก้อนคะแนนที่ไม่ไปไหน มีแต่จะเพิ่มขึ้นจากผู้ใช้สิทธิคนรุ่นใหม่ และวันเลือกตั้งอยู่ในช่วงปิดภาคเรียน รวมถึงการแข่งขันกันเองของพรรคร่วมรัฐบาล ที่อาจเป็นตัวแปร

จุดแข็งของณัฐกิตต์ คือพ่อเป็นคนพิปูน ตระกูลปรีชา มีเครือข่ายญาติมากมาย ทั้งอำเภอพิปูนและฉวาง แต่ชัยชนะของพรรคประชาชนจะเกิดขึ้นได้ ต้องสร้างกระแสต่อต้านการซื้อเสียงให้ได้ รวมถึงทำให้ประชาชนเห็นถึงความล้มเหลวในการบริหารงานของรัฐบาลในภาพรวม ดังจะเห็นได้จากขุนพลของพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยณัฐกิตต์หาเสียงกันอย่างเต็มที่ รวมถึงแม่เหล็กอย่าง ”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์“

ซึ่งความไว้วางใจพรรคประชาขน สำหรับพื้นที่ทางการเมืองภาคใต้ เช่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ก็ยังเป็นโจทย์ยากแม้ตัวผู้สมัครจะมีความโดดเด่นกว่าคู่แข่ง ทำให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ จึงเป็นบททดสอบที่ดี ในสถานการณ์ทางการเมืองที ”ฐานการเมือง“ ขั้วเดียวกันแตก 

สำหรับ ผู้สมัครอีก 2 คน จากพรรคพร้อม และพรรคทางเลือกใหม่ ยังไม่มีผลต่อการช่วงชิงเก้าอี้ในครั้งนี้ และถือว่าได้เปิดตัวทางการเมือง 

นับถอยหลังก่อนถึงวันหย่อนบัตร วันนี้ ”อาจารย์ไสว“ จากพรรคภูมิใจไทย ยังคงเป็นต่อ ”สจ.บิ๊กโอ“ จากพรรคกล้าธรรม แต่ก็มองข้ามการสอดแทรกของ ”ดร.ณัฐกิตต์“ จากพรรคประชาชน ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ที่อาจเป็นม้ามืด ส่วน“ชินวรณ์” จากพรรคประชาธิปัตย์ คงจะเข้าเส้นชัยในลำดับที่ 4 

แม้ “ชินวรณ์” และพลพรรคจะพูดว่า “ครั้งนี้แพ้ไม่ได้” แต่ก็ยังไม่มีปัจจัยใด ที่จะทำให้มีโอกาสชนะได้ เว้นแต่จะมีกลยุทธ์ที่งัดมาใช้ในช่วงท้ายสุด เพื่ออย่างน้อยที่สุดไม่ให้คะแนนที่ได้น้อยกว่าลูกเขย หรือในทางการเมือง ปจป.ควรจะมีคะแนนมากกว่าพรรคกล้าธรรม ในฐานะอดีตผู้ครองพื้นที่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *