มวล.ร่วม3ม.ราชภัฎฯใต้บนตั้ง”อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค”

แทมเพลตข่าว 56

“ม.วลัยลักษณ์” ผนึก 3 สถาบัน MOU ประกาศความพร้อมเดินหน้าจัดตั้ง “อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” มุ่งบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม ยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เข้มแข็งในภาคใต้

วันนี้ (6 ก.ค. 69) ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) เป็นประธานลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการขับเคลื่อนการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน” ร่วมกับ 3 มหาวิทยาลัยเครือข่าย ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมพัฒนาข้อเสนอจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน สร้างระบบนิเวศนวัตกรรมและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยมีพิธีร่วมลงนาม(MOU) กับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.หิรัญ ประสารการ อธิการบดี มรภ.ภูเก็ต, รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ม.วลัยลักษณ์, ดร.กฤษณะ ทองแก้ว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มรภ.สุราษฎร์ฯ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จุรีภรณ์ นวนมุสิก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.นครศรีธรรมราช พร้อมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ห้องประชุมเขาหลวง อาคารสหกิจศึกษา ม.วลัยลักษณ์

าสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ได้กล่าวต้อนรับและเปิดงาน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม

“ภาคใต้ตอนบนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ เกษตร อาหาร สุขภาพ การท่องเที่ยว บริการ อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ และผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็งที่สามารถเชื่อมโยงศักยภาพเหล่านี้เข้ากับองค์ความรู้ งานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยได้อย่างเป็นระบบ ย่อมจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน” ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ กล่าว และว่า

มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความพร้อมที่จะร่วมมือกับทั้ง 3 มหาวิทยาลัยเครือข่าย ในการสนับสนุนการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านบุคลากร นักวิจัย ห้องปฏิบัติการ เครื่องมือและเครือข่ายผู้ประกอบการ เพื่อให้เกิดกลไกการทำงานที่เชื่อมโยงกับความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ ได้แสดงเจตจำนงในการสร้างความร่วมมือว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีความยินดีที่ได้ร่วมขับเคลื่อนโครงการนี้ และพร้อมสนับสนุนให้เกิดกลไกกลางในการเชื่อมโยงศักยภาพของมหาวิทยาลัยกับความต้องการของพื้นที่ ทั้งการจัดทำฐานข้อมูลศักยภาพพื้นที่ สำรวจความต้องการของผู้ประกอบการ และผลักดันโครงการที่สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมได้จริง เพื่อเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืน

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจาร์ ดร.อนุรักษ์ ถุงทอง ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มวล. กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ความร่วมมือครั้งนี้ว่า เป็นการรวมพลังเพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานของมหาวิทยาลัย เข้ากับความต้องการของภาคเอกชนและชุมชน โดยเป้าหมายหลักคือการร่วมกันพัฒนาข้อเสนอโครงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคใต้ตอนบน เสนอต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อให้เกิดกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ม.วลัยลักษณ์ โดยอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้เดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจนวัตกรรมระดับภูมิภาค โดยล่าสุดได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลจำนวน 313,101,700 บาท ก่อสร้าง “อาคารส่งเสริมผู้ประกอบการและนวัตกรรม” เพื่อใช้เป็นพื้นที่หลักในการรองรับการบ่มเพาะธุรกิจและให้บริการสนับสนุนผู้ประกอบการในทุกมิติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยในการปักธงเป็นศูนย์กลางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ตอนบนอย่างแท้จริง

ขอบคุณ Walailak NEWS ข่าวมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *