“มาถึงโค้งสุดท้าย ทุกปัจจัย..ศึกชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรนครหาดใหญ่ จากผู้สมัคร 4 คน แข่งกันจริง ๆ เพียง 2 คน และพี่หลวงครยังคงเหนือปลัดแป้น”
“คอการเมือง” ถามกันว่า ถ้าเปรียบน้ำหนักหรือโอกาสที่จะได้รับการเลือกตั้งของ “ว่าที่นายก” หรือผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ทั้ง 4 คนก่อนเข้าคูหา วันที่ 11 พฤษภาคม 2568 ใครจะมีโอกาสสูงสุด เสียงส่วนใหญ่ ยังเป็น “พี่หลวงคร” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี เบอร์ 1 กับ “ปลัดแป้น” นายณรงค์พร ณ พัทลุง เบอร์ 2

จากผู้สมัครทั้ง 4 คนคือ
เบอร์ 1 พลตำรวจตรี สาคร ทองมุณี
เบอร์ 2 นายณรงค์พร ณ พัทลุง
เบอร์ 3 นายพีรวุฒิ วิชัยดิษฐี กีรติกาญจน์
และ เบอร์ 4 พันเอก สุขาติ จันทรโชดิกุล
“นาทีนี้น่าจะสู้กันเพียงสองคน และที่จริงแล้ว ก็ถือว่ามีลุ้นจริง ๆ เพียงสองคนตั้งแต่วันจับหมายเลขผู้สมัครแล้ว” ผู้คร่ำหวอดทางการเมืองสงขลา กล่าวย้ำ
แล้วขยายความว่า มาถึงนาทีนี้แม้กระแสสื่อโซเชียล รวมถึงการทุ่มเทหาเสียงของ “ปลัดแป้น” ทุกกลยุทธ์ที่โหมกระหน่ำ แบบทุ่มสุดตัว เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อนที่แพ้ “พี่หลวงคร“ แบบขาดลอย ทำให้ครั้งนี้แลดูเหมือนว่า จะได้รับการตอบรับสูง แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วก็คล้าย ๆ กับ “โยนหินทิ้งลงไปในลำคลอง”
โดยชี้ให้มองภาพบรรยากาศกองเชียร์ขณะไลฟ์สดวันดีเบตของทีมปลัดแป้นกับทีมพี่หลวงคร
“ภาพที่โฟกัสทีมปลัดแป้น มีชูสองนิ้วเล่นกับกล้องน้อยมาก ส่วนใหญ่นั่งนิ่ง ต่างกับกองเชียร์ทีมพี่หลวงครที่เล่นกับกล้อง ทั้งชูนิ้ว สัญลักษณ์เลขหนึ่ง และส่งเสียงโห่ร้องกันอย่างคึกคัก”
สอดรับกระแสในชุมชนต่างๆ ทั้งตัวประธานชุมชน และแกนนำต่าง ๆ ที่ยังเชื่อมั่นกับพี่หลวงคร อย่างชัดเจน
มาถึงปัจจัยสำคัญสำหรับคำตอบท้ายว่า “พี่หลวงคร” ยังเหนือกว่า “ปลัดแป้น” เพื่อนรัก
คำตอบคือความคุ้นเคย ต่อตัวตน ความเป็นผู้นำ วุฒิภาวะ ประวัติส่วนตัว/ชีวิตครอบครัว/ความสำเร็จในหน้าที่การงาน/ภาพลักษณ์/ชื่อเสียง/ผลงาน รวมถึงบุคลิกภาพ และเครือข่ายพวกพ้อง
“ไม่ต้องอธิบายกันว่า พี่หลวงคนเป็นอย่างไร”
ตามมาด้วย ความพอใจผลงานในอดีต รวมถึงขณะเป็นนายกเทศมนตรี (แม้บางส่วนจะโต้แย้งว่าไม่เด่นชัด) แต่ก็เต็มใจสนับสนุนและเห็นด้วยที่จะให้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ต่อไปอีก 4 ปี สอดรับธีมหาเสียงในสื่อประชาสัมพันธ์ของทีมพี่หลวงคร “Hatyai Next” เมื่อเทียบกับคู่แข่งขันที่ร่วมสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยเฉพาะเพื่อนรักคู่ชิงคนสำคัญอย่าง “ปลัดแป้น”
อย่างไรก็ตาม สุ่มเสียงโต้แย้ง ถึงความไม่ไว้วางใจที่มีบ้าง ซึ่งสอดรับกับการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม
สุดท้ายมาสรุปกันที่…
“จะทำยังไงได้ ก็ในเมืองผู้สมัครที่จะให้เลือกมีแค่นี้”
คำกล่าวดังกล่าว จะไปผันแปรที่เปอร์เซ็นต์คะแนน “โหวตโน” ในเวทีของคอการเมืองยังคุยกันถึงเรื่องนโยบายผู้สมัครฯ หลายคนบอกว่า ไม่ใช่ตัวแปรสำคัญ “ดูที่ผ่านมาสิ ทั้งระดับชาติ และท้องถิ่น หาเสียงอย่างหนึ่ง เขาทำกันอีกอย่างหนึ่ง”
เดี่ยวผู้ชนะ หรือว่าที่นายกฯ ก็ปรับตามสถานการณ์ และงบประมาณที่มีโดยในการทำงานจริง ยึดตามนโยบายที่แถลงต่อสภาเทศบาล ดังนั้น นอกจาก “ตัวว่าที่นายกฯ” แล้วเครือข่ายสนับสนุนที่สำคัญคือทีมบริหาร, สท. และที่มองข้ามไม่ได้คือ “ประธานชุมชน” อีกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแต้มต่อของ ”พี่หลวงคร“
“แม้ประธานชุมชนชุดปัจจุบัน จะไม่ได้มาจากกการแต่งตั้งของผู้บริหารเทศบาลเช่นในอดีต แต่เมื่อได้รับการเลือกตั้งมา
และทำงานใกล้ชิดกับพี่หลวงคร เขาก็เป็นพรรคพวกกัน และส่วนใหญ่ก็พอใจการทำงานร่วมกับพี่หลวงคร”
ขณะที่เหล่าบรรดา สท. ทีมพี่หลวงคร แม้บางส่วนจะมีกระแสด้านลบ เรื่องผลงานบ้าง แต่ความสัมพันธ์ในชุมชนยังเป็นจุดแข็ง และคลุกคลีมากกว่าคู่แข่ง จึงช่วยเติมคะแนนว่าที่นายกฯ แม้ครั้งนี้ตัวสท.จะไม่อาจมายกแผง แต่สถานการณ์ ”หัวลากหาง“ ก็มีนัยสำคัญต่อคะแนน สท.มากกว่า
สิ่งที่น่าจับตา และเป็นตัวแปรที่สำคัญคือ “กระแสสื่อโซเชียล” ที่จะมีผลไปทั้งสองด้านคือบวก และลบ ซึ่งอยู่ที่กลยุทธ์ของคู่แข่งขัน ในช่วงโค้งท้ายสุด หรือสามวันสุดท้าย ซึ่งอาจจะพลิกสถานการณ์ไปคนละด้าน
รวมถึง ”ปัจจัย” การจัดการไปสู่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผ่าน “หัวคะแนน” ในรูปแบบต่าง ๆ และกระบวนการ “ซื้อเสียง” ที่มีข่าว “การเก็บรายชื่อ” มากกว่าหนึ่งทีม มาแล้วเช่นกัน
ผู้คคร่ำหวอดทางการเมืองในหาดใหญ่ ยังทิ้งประเด็นสำคัญให้เห็นภาพที่เหนือกว่าของ “พี่หลวงคร“ เมื่อเทียบกับ ”ปลัดแป้น“ ที่มีต่อคนหาดใหญ่ ในสังคมเมือง และแวดวงธุรกิจ ซึ่งทั้งสองคนผ่านการเป็นข้าราชการระดับสูงในหาดใหญ่อย่างยาวนานด้วยกัน
พี่หลวงคร คืออดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรอำเภอหาดใหญ่
ขณะที่ ปลัดแป้น คือ อดีตนายอำเภอหาดใหญ่
ในห้วงเวลาดังกล่าวภาพจำผลงาน และการทำงาน ในฐานะตำรวจและฝ่ายปกครอง ต่างก็มีทั้ง ”พระเดชและพระคุณ“ ต่อคนจำนวนไม่น้อย มากกว่านั้น ในสังคมโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย (ญ.ว.) ที่ทั้งสองคนต่างเป็นเพื่อนนักเรียนในยุคเดียวกัน ก็มีคนนำมาเปรียบเทียบกันด้วย
ดังคำพูดแซวบนเวทีดีเบตของพี่หลวงครที่ว่า “คนนี้เพื่อนผม คบได้ครับ”


