เร่งสร้างรพ.ตรังที่ถูกทิ้งร้าง14ปี ”เดชอิศม์“มั่นใจเสร็จตามแผนปี70

เพิ่มหัวเรื่อง 21

“รมต.เดชอิศม์” เร่งรัดก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอุบัติเหตุฉุกเฉิน 7 ชั้น โรงพยาบาลตรัง ตามแผน หลังได้ผู้รับเหมารายใหม่ ค่าจ้าง 284.8 ล้าน คาดแล้วเสร็จต้นปี 2570

วันนี้(16 มิถุนายน 2568) ที่ห้องประชุมโรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรัง นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และลงนามสัญญาก่อสร้างอาคารอำนวยการผู้ป่วยนอกและอาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน 7 ชั้น พร้อมด้วยผู้บริหารโรงพยาบาลตรัง ตัวแทนกระทรวงฯ และประชาชนในพื้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายเดชอิศม์ ขาวทอง กล่าวว่า โครงการนี้เป็นภารกิจสำคัญเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งผลักดันให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หลังล่าช้ามายาวนานกว่า 14 ปี จากปัญหาผู้รับเหมาทิ้งงานต่อเนื่องถึง 3 ราย ส่งผลให้ประชาชนในจังหวัดตรังและพื้นที่ใกล้เคียงได้รับผลกระทบจากความแออัดและข้อจำกัดในการเข้ารับบริการทางการแพทย์

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม 284.8 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินการก่อสร้างอาคารดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 

ตัวอาคารเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 7 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวม 23,765 ตารางเมตร พร้อมด้วยอุปกรณ์การแพทย์และระบบสนับสนุนที่ทันสมัยครบถ้วน

สำหรับการดำเนินการในระยะที่ผ่านมา พบว่าโครงการประสบปัญหาจากผู้รับเหมาหลายราย ได้แก่

• บ.เจมิโนย แอนด์ แอสโซซิเอท จำกัด ลงนามสัญญาเมื่อ 11 ก.ค. 2555 และยกเลิกสัญญาเมื่อ 11 พ.ค. 2558 ส่งมอบ 1 งวด มูลค่า 16,726,320 บาท

• บ.ทศพร เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป จำกัด ลงนาม 7 พ.ย. 2559 และยกเลิกสัญญา 10 ธ.ค. 2562 ส่งมอบ 6 งวดมูลค่า 97,121,959.21 บาท

• กิจการร่วมค้า เอสที–แมกซ์เอ็นส์–ทีดับบิว ลงนาม 31 มี.ค. 2563 และยกเลิกสัญญา 31 ส.ค. 2566 ส่งมอบ 7 งวด มูลค่า 89,448,070.56 บาท

ขณะนี้ โรงพยาบาลตรังเตรียมลงนามสัญญากับผู้รับจ้างรายใหม่คือ ”กิจการร่วมค้า วายเอส“ ซึ่งประกอบด้วย ห้างหุ้นส่วนจำกัด ยุวากรศุภภัณฑ์ และบริษัทสยามสกุลช่าง จำกัด เริ่มงานวันที่ 17 มิถุนายน 2568 แล้วเสร็จวันที่ 12 มกราคม 2570 รวมระยะเวลา 575 วัน 

โดยแบ่งการเบิกจ่ายงวดงานทั้งหมด 10 งวด วงเงินค่าจ้างรวม 284.8 ล้านบาท

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดมาตรการกำกับคุณภาพอย่างเข้มงวด เช่นการวางหลักประกันสัญญา การกำหนดค่าปรับกรณีล่าช้า การรับประกันงาน การใช้แรงงานฝีมือที่ผ่านการรับรอง และควบคุมคุณภาพวัสดุอุปกรณ์ตามมาตรฐานกลางของภาครัฐ

ทั้งยังมีคณะกรรมการร่วมติดตามและตรวจสอบงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินงานครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

“เราจะไม่ยอมให้ความล่าช้าเดิม ๆ กลับมาสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอีกต่อไป” นายเดชอิศม์กล่าว พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ที่จะเร่งรัดให้โครงการก่อสร้างอาคาร OPD แห่งนี้แล้วเสร็จตามแผน เพื่อให้พี่น้องชาวตรังได้เข้าถึงบริการสาธารณสุขที่ดี ทันสมัย และทั่วถึง สมกับที่ประชาชนรอคอยมายาวนาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *