อบจ.สงขลาตอบไม่เคลียร์กู้2พันล้านป.ป.ช.-สตง.ลงตรวจถนน-ถามชาวบ้าน

st11

ป.ป.ช. และ สตง. คาใจ “โครงการกู้เงิน 2,000ล้านบาทซ่อมถนน” อบจ.สงขลา กู้เกินกำลัง ตอบไม่เคลียร์ วินัยการเงิน การทำประชาคม ทั้งห่วงการจัดจ้าง-ตรวจรับงาน นัดลงพื้นที่ดูสภาพถนนและสอบถามความเห็นประชาชนวันนี้

19 สิงหาคม 2568 ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. สงขลา และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 15 (สตง.) ลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดโครงการกู้เงินวงเงินกว่า 2,009 ล้านบาท ของ อบจ.สงขลา จากกองทุนองค์การบริหารส่วนจังหวัด(กสอ.) และสถาบันการเงิน 2 แห่ง ซึ่งผ่านที่ประชุมสภา อบจ.สงขลา 32 เสียง และงดออกเสียง 2 คนและกำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคม

โดย นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลาร่วมพบปะช่วงสั้น ๆ แล้วให้ นางปิยนันท์ สิงห์ทอง รองปลัดฯ/รักษาการปลัด อบจ.สงขลา พร้อมด้วย ผอ.กองคลัง และผอ.กองช่าง เป็นผู้ตอบข้อซักถาม

นายปิยะวัฒน์ คุระพูล ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริต ภาค 9 เผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยเบื้องต้นได้ตรวจเอกสารการกู้เงินและโครงการซ่อมแซมถนน 74 สาย ระยะทางรวม 307 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา จากถนนที่ อบจ. ดูแลทั้งหมดกว่า 1,322 กิโลเมตร

โดยทางอบจ.สงขลา ชี้แจงว่า หากได้รับอนุมัติวงเงินกู้ จะทยอยชำระหนี้ในระยะเวลา 10 ปี พร้อมยืนยันว่า จัดทำประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนแล้วแต่ ป.ป.ช. ยังขอตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม

ขณะที่ นายสุทิน อินทรัตน์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ สตง. ภูมิภาค 15 กล่าวว่าวงเงินกู้จำนวนมากครั้งนี้ น่าห่วง แม้ตามกฎหมายท้องถิ่นจะสามารถกู้ได้ แต่ สตง. จะเข้ามาตรวจสอบด้านวินัยการเงินการคลังและสภานภาพทางการคลังของ อบจ.สงขลา ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่

“โครงการต้องสร้างประโยชน์จริงต่อประชาชน ไม่ใช่เพียงการเบิกจ่ายงบประมาณ” นายสุทิน กล่าว

ด้าน นายปุริมปรัชญ์ จันทร์หอม หัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน ป.ป.ช. สงขลา กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ อบจ.สงขลา ต้องตอบสังคมให้ได้ คือหลักเกณฑ์การคัดเลือกถนน 74 สาย ที่ถูกบรรจุในโครงการจากทั้งหมด 209 สาย ว่าใช้ปัจจัยใดเป็นตัวกำหนด รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างและการกำหนดราคากลางว่าจะโปร่งใสและสอดคล้องกับสภาพจริงหรือไม่

วันนี้เข้ามาให้ข้อเสนอแนะและเฝ้าระวังอนาคตหากเงินกู้ดังกล่าวได้รับอนุมัติจริง หน่วยงานตรวจสอบจะติดตามเข้มข้น ทั้งขั้นตอนการกำหนดราคากลาง การจัดซื้อจัดจ้าง และการตรวจรับงาน พร้อมเปิดรับข้อมูลหรือเบาะแสจากภาคประชาชนเพิ่มเติม

“ที่ อบจ.สงขลาวันนี้ เราลงไปดูกระบวนการขอกู้เงินว่าเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติหรือข้อกำหนดขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะกู้หรือไม่ ในเรื่องวินัยการเงินการคลัง เช่น ฐานะเงินกู้ หรือวงเงินที่จะขอเป็นไปตามระเบียบหรือแนวทางปฏิบัติหรือไม่” นายปุริมปรัชญ์์ กล่าว และว่า

รวมถึงการนำนโยบายไปปฏิบัติ อย่างเช่น การกำหนดโครงการ จากถนนทั้งหมด 209 สาย แต่ได้คัดเลือกเหลือ 74 สาย จึงได้ถามหากระบวนการว่ามาจากไหน เหตุผลหรือปัจจัยในการคัดเลือกในแต่ละโครงการ จึงได้คำตอบว่า มีช่างประจำทั้ง 4 โซนประเมินความเสียหาย จากนั้น นำมาเรียงลำดับ ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับทราบ รวมทั้งได้ตั้งคำถามในการกำหนดราคากลางว่า ต้องให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

“กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ได้เสนอแนะในการกำหนด TOR ให้สอดคล้องกับระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใด รายหนึ่ง”

เช่นเดียวกับ การตรวจรับ และการควบคุมงานที่ต้องให้ความสำคัญ เพราะอบจ.สงขลา ต้องทำโครงการพร้อมกัน 74 โครงการ จึงได้ถามหาเจ้าหน้าที่มีจำนวนเพียงพอหรือไม่ ในขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งรักษาการปลัดอบจ.สงขลากับกองช่าง ได้คำตอบว่า มีเจ้าหน้าที่เพียงพอ

ส่วนการขอกู้เงินตอนนี้ สภาอบจ.สงขลาอนุมัติแล้ว ขั้นตอนต่อไป ผู้ว่าราชการจังหวัด จะพิจารณาเห็นชอบ จากนั้นเสนอไปยังส่วนกลาง

“เนื่องจากเป็นการกู้เงินเกินจากสถานะของตัวเอง ความจริงแล้ว อบจ.มีสิทธิ์กู้เพียง 200 ล้านบาทแต่กู้เพิ่มขึ้นไปถึงพันล้าน อาจจะกระทบกับสถานะการคลัง ซึ่งทาง อบจ.บอกว่ามีแผนปิดช่องว่างในส่วนนี้ โดยการวางแผนรายได้ในอนาคต 3 ปีล่วงหน้า ซึ่งยังไม่ได้เห็นเอกสาร จึงให้ข้อเสนอแนะในเรื่องการเงินการคลังไปว่าต้องคำนวณให้ดี”

ส่วนการดำเนินการตามแผนงานของ อบจ. ทั้งในเรื่องการหารายได้เพิ่ม ซึ่งรายได้มีแต่จะน้อยลงเพราะรายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี และทั้งการขอกู้เงินก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการ ซึ่งทาง อบจ.ยื่นขอกู้ไปเต็มวงเงินหรือเกินวงเงินที่จะมีสิทธิ์ได้


“ทางอบจ.ได้นำเสนอว่า วงเงินที่ขอกู้ไป อาจจะไม่ได้ทั้งหมด และต้องมาคัดโครงการออกอีกครั้งหนึ่ง”


ที่อบจ.สงขลาบอกเรื่องการดูแลรักษาถนนให้มีอายุการใช้ 5 ปี ตนได้เน้นย้ำว่าการใช้งานถนนต้องนานกว่าปกติ เพราะเงินกู้ผ่อนนานถึง 10 ปี แต่ถนนมีอายุ 5 ปี จึงตั้งคำถามว่า หลังจากหมดอายุการใช้งาน จะต้องกู้เงินมาซ่อมถนนใหม่อีกหรือเปล่า เงินเก่าผ่อนจ่ายยังไม่หมด ต้องมาสร้างหนี้ใหม่อีก ก็ยังไม่ได้คำตอบในส่วนนี้


รวมถึงงบประมาณอุดหนุนในการซ่อมแซมถนนอีก 300 กว่าล้านบาท ตั้งคำถามว่างบส่วนนี้จะเอาไปไหน ก็ยังตอบไม่ได้เช่นกัน

“เรายังกังวลเรื่องความซ้ำซ้อนของงบประมาณแต่เจ้าหน้าที่อบจ.ตอบว่า ยังไม่รู้ว่าจะกู้เงินได้เท่าไหร่ตอบไม่ชัดเจน และอ้างว่าเป็นนโยบายของผู้บริหาร”


นายปุริมปรัชญ์ กล่าวต่อว่า ที่ติดใจและสอบถามคือ กระบวนการประชาคมว่าต้องดำเนินการด้วยกระบวนการที่เป็นรูปธรรม ซึ่งทาง อบจ.บอกว่า จะส่งเอกสารมาให้อีกครั้ง

“เรื่องการประชาคมเขาถามชาวบ้านเรื่องการทำถนน แต่ไม่ได้พูดคุยกับชาวบ้านเรื่องการกู้เงิน ทั้งสองเรื่องนี้ยังไม่เคยมาบรรจบกันพบกัน ถ้ามีเอกสารหลักฐานกระบวนการที่ชัดเจน ก็สามารถฟันธงได้ว่ากระทำโดยชอบหรือมิชอบ ซึ่งอบจ.ไม่สามารถนำเสนอขั้นตอนการตามประชาคมว่าเป็นอย่างไรบ้าง”

เช่นเดียวกับ เรื่องพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งทาง สตง.ให้ความสำคัญ ทางอบจ. ก็ไม่ได้ชี้แจงที่ชัดเจน แจ้งว่าอยู่ในขั้นตอนของการขอกู้ที่ยังไม่รู้ว่าได้เท่าไหร่

การที่ได้ลงพื้นที่ อบจ.สงขลาครั้งนี้ ดำเนินการตามมาตรา 32 ในการเสนอแนะข้อปฏิบัติราชการและมาตรา 35 หากพบเหตุอันควรสงสัยก็เข้าไปดำเนินการก่อน เข้าไปช่วยเข้าไปดูตั้งแต่ต้น เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดความเสียหาย

“โดยสรุปให้ทาง อบจ.สงขลาส่งเอกสารเพิ่มเติมส่วนที่ยังไม่ชัดเจน อย่างเช่น กระบวนการประชาคม”

ทั้งนี้ ในวันนี้ (20 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. และ สตง.จะลงพื้นที่สุ่มตรวจถนนในโครงการ เพื่อสอบถามความคิดเห็นชาวบ้านและพิจารณาความเหมาะสมในการซ่อมแซม ก่อนที่จะเสนอแนะแนวทางให้สถาบันการเงินประกอบการตัดสินใจว่า จะอนุมัติวงเงินกู้ให้ อบจ.สงขลา ต่อไป

โดยสตง. เน้นในเรื่องพื้นที่ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการโดยเร็ว จึงจะลงตรวจพื้นที่จริงในโซนอำเภอจะนะ เพื่อขยายความของความจำเป็นเร่งด่วน หรือคุณสมบัติของการกู้เงิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *