คุมเข้มประชุม“เครดิตยูเนียนหาดใหญ่”สมาชิกข้องใจรายงานทุจริตเสียหาย540ล้าน

แทมเพลตข่าว 6

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด จัดการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 อย่างคึกคัก ท่ามกลางความสนใจของสมาชิก ตัวแทนกลุ่ม และผู้สังเกตการณ์ โดยมีวาระสำคัญทั้งการรายงานผลการดำเนินงานประจำปี การเลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการชุดใหม่ รวมถึงการชี้แจงความคืบหน้าคดีทุจริตทางการเงินภายในสหกรณ์ที่มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 540 ล้านบาท

การประชุมวันนี้ (30 พฤษภาคม 2569) ที่ห้องภูผาเมฆ ชั้น 3 โรงแรมทีอาร์ ร็อคฮิลล์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทางสหกรณ์ฯ อนุญาตให้เฉพาะคณะกรรมการดำเนินการ ตัวแทนกลุ่ม และผู้สังเกตการณ์ที่มีรายชื่อเท่านั้นเข้าร่วมประชุม ส่งผลให้สมาชิกบางส่วนที่เดินทางมาติดตามการประชุม แต่ไม่มีรายชื่อ ไม่สามารถเข้าภายในห้องประชุมได้

โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.คอหงส์ เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกบริเวณสถานที่จัดประชุม เพื่อป้องกันเหตุวุ่นวายและรักษาความปลอดภัยตลอดการประชุม ขณะที่เจ้าหน้าที่สหกรณ์ได้แนะนำสมาชิกที่ไม่สามารถเข้าร่วมภายในห้องประชุม ให้ติดตามการถ่ายทอดสดผ่านเพจเฟซบุ๊กของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด แทน

ในการประชุม นายชัยชนะ อมรวัฒน์ สหกรณ์จังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดการประชุม พร้อมด้วย ผศ.บรรเจิด พฤฒิกิตติ ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนหาดใหญ่ จำกัด กล่าวรายงาน โดยมีคณะกรรมการดำเนินการ ผู้บริหารสหกรณ์ รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และรองนายกเทศมนตรีตำบลเขารูปช้าง ทีมทนายความ และผู้ตรวจสอบบัญชี เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ช่วงหนึ่งของการประชุม ตัวแทนทีมกฎหมายผู้รับมอบหมายดำเนินคดีให้กับสหกรณ์ ได้ชี้แจงความคืบหน้าคดีทุจริตภายในสหกรณ์ต่อที่ประชุมสมาชิก โดยระบุว่า ขณะนี้ได้ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลแล้ว รวมจำเลยทั้งสิ้น 32 ราย จากมูลค่าความเสียหายที่สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ชัดเจนจำนวน 399.55 ล้านบาท

ด้าน ตัวแทนทนายความจากบริษัท ลอว์ แอนด์ ซัคเซส จำกัด เผยว่า หลังสหกรณ์ตรวจพบความผิดปกติด้านการเงิน ทีมกฎหมายได้เข้าตรวจสอบเอกสาร ธุรกรรมทางการเงิน และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับอดีตพนักงานและบุคคลที่ถูกกล่าวหา ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา

“ 399.55 ล้านบาท เป็นยอดความเสียหายที่สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการเงินได้อย่างชัดเจนและมีหลักฐานเพียงพอในการดำเนินคดีแพ่ง ส่วนความเสียหายอีกประมาณ 140 ล้านบาท ยังไม่สามารถรวมอยู่ในคำฟ้องปัจจุบันได้ทั้งหมด เนื่องจากพบว่าฐานข้อมูลธุรกรรมบางส่วนถูกลบหรือสูญหาย ทำให้การตรวจสอบมีความซับซ้อน” ตัวแทนทนายความ กล่าว และว่า

ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างดำเนินการขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสถาบันการเงินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายผลเส้นทางการเงินเพิ่มเติม หากพบพยานหลักฐานใหม่ อาจมีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในอนาคต พร้อมยืนยันว่าจะติดตามทรัพย์สินกลับคืนสู่สหกรณ์และสมาชิกให้ได้มากที่สุด สมาชิกตั้งคำถามยอดเสียหายไม่ตรงกัน หวั่นกระทบแผนฟื้นฟู

ระหว่างการประชุม สมาชิกหลายรายได้ลุกขึ้นซักถามและแสดงความกังวลเกี่ยวกับตัวเลขความเสียหายที่ปรากฏแตกต่างกัน โดย ผศ.ดลยฤดี นิรมาน ตัวแทนกลุ่มรวมใจสหกรณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ทีมกฎหมายชี้แจงยอดฟ้องอยู่ที่ประมาณ 399 ล้านบาท ขณะที่รายงานของสหกรณ์ระบุความเสียหายรวมกว่า 540 ล้านบาท จึงต้องการให้ชี้แจงว่าเป็นคดีเดียวกันหรือไม่

ขณะที่ สมาชิกสหกรณ์รายหนึ่ง สอบถามถึงแนวทางการไกล่เกลี่ยในชั้นศาล ซึ่งมีกำหนดนัดในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ว่าจะมีโอกาสได้เงินคืนเพื่อเยียวยาสมาชิกมากน้อยเพียงใด รวมถึงแผนฟื้นฟูของสหกรณ์จะต้องแบกรับผลกระทบไปอีกกี่ปี เนื่องจากเห็นว่าความเสียหายดังกล่าวเกิดจากคนเพียงบางกลุ่ม แต่สมาชิกจำนวนมากต้องร่วมรับผลกระทบ

ผศ.บรรเจิด พฤฒิกิตติ ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า คดีดังกล่าวมีลักษณะซับซ้อน เป็นขบวนการและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย จึงเตรียมประสานหน่วยงานส่วนกลาง ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมถึงตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินและติดตามทรัพย์สินเพิ่มเติม

“ฝ่ายบริหารจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสมาชิก พร้อมเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเสถียรภาพทางการเงินของสหกรณ์ในระยะยาว” ผศ.บรรเจิด กล่าว และว่า

คดียังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล และผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดยังคงถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามหลักกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *