ในเส้นทางการเมืองท้องถิ่นที่มักถูกมองว่า เป็นพื้นที่ของผู้ชายและเครือข่ายอิทธิพลแบบเดิม ๆชื่อของ “ครูนิด” นางนิตย์ ประสมพงศ์ กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง “นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ทุ่งขมิ้น” อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลาได้สำเร็จ ท่ามกลางสนามเลือกตั้งที่ต้องต่อสู้ยาวนานถึง 3 รอบ
ผลการเลือกตั้ง “นายก อบต.ทุ่งขมิ้น” อย่างไม่เป็นทางการ ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ผู้สมัครหมายเลข 2 นางนิตย์ ประสมพงศ์ หรือ “ครูนิด” จากทีม “ทุ่งขมิ้นก้าวใหม่”ได้ 1,561 คะแนน คว้าชัยชนะอย่างขาดลอย ทิ้งห่างคู่แข่ง โดยหมายเลข 3 ร้อยตรีภิรมย์ ทองจารีก ได้674 คะแนน และหมายเลข 1 ร้อยเอกสุวิทย์ แก้วพรหม ได้ 538 คะแนน


แม้เบื้องหลังทางการเมืองสำหรับชัยชนะในครั้งนี้ ที่มีการพูดถึงบทบาทของ “สจ.คม” นายอาคม ประสมพงศ์ ที่เคยเป็นผู้ชนะครั้งแรก และถูกตัดสิทธิ์ไป แต่ก็มีมุมมองที่สะท้อนถึง “พลังเงียบ” ของประชาชนที่ต้องการเห็นการเมืองท้องถิ่นเปลี่ยนแปลง และเปิดพื้นที่ให้ผู้หญิงที่ทำงานใกล้ชิดชุมชน ได้เข้ามาเป็นผู้นำด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเข้าใจปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง
ครูนิด อดีตข้าราชการครูเกษียณ และนักกิจกรรมชุมชนในพื้นที่ ผ่านเส้นทางการเมืองที่ไม่ง่าย ตั้งแต่การเผชิญกระแส “Vote No” หรือคะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน ไปจนถึงการเลือกตั้งซ้ำหลายครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอยืนยันมาตลอด คือการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง


ก่อนหน้านี้ สนามเลือกตั้งแห่งนี้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ถึง 3 ครั้ง ดดยในครั้งที่ 2 คะแนน “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” กลับมีมากกว่าคะแนนผู้สมัครกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อการเมืองท้องถิ่นแบบเดิม
“ภูมิใจมากค่ะ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นชัยชนะของเสียงบริสุทธิ์จริง ๆ เราไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงเลย มันสะท้อนว่าประชาชนวันนี้ตื่นตัวศึกษาข้อมูล และเลือกคนจากผลงานกับความจริงใจ” ครูนิด ให้สัมภาษณ์กับ “สงขลาโฟกัส”
สิ่งที่ทำให้ผู้นำหญิงคนนี้แตกต่าง คือแนวคิดการบริหารที่ไม่ต้องการให้ประชาชนเป็นเพียง “ผู้รอรับ” ความช่วยเหลือจากภาครัฐ แต่ต้องการเปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” ชุมชนของตัวเอง
“ที่ผ่านมา นักการเมืองหลายคนสอนให้ชาวบ้านรอรับอย่างเดียวเพื่อหวังคะแนนเสียง แต่สำหรับครูนิด อยากให้ชาวบ้านเป็นผู้ให้ เป็นผู้สร้าง และร่วมคิดร่วมทำ ชุมชนถึงจะเข้มแข็งอย่างแท้จริง”
แนวคิดดังกล่าวจะถูกขับเคลื่อนผ่านกระบวนการ “ประชาคม” เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมเสนอปัญหาและออกแบบการพัฒนาท้องถิ่นร่วมกันขณะที่ อบต. จะทำหน้าที่สนับสนุนและผลักดันให้เกิดขึ้นจริง



นอกจากมิติทางการเมือง ครูนิด ยังให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องของคนในพื้นที่ โดยใช้ประสบการณ์จากการทำงานกับกลุ่มออมทรัพย์และกลุ่มอาชีพชุมชน มาต่อยอดเศรษฐกิจฐานรากทั้งกลุ่มแปรรูปอาหาร กลุ่มขนมพื้นบ้าน และกลุ่มแม่บ้านในชุมชน เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนให้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การผลักดันตำบลทุ่งขมิ้นให้กลายเป็น “คลังอาหารและศูนย์รวมของว่างชุมชน” ของพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนในท้องถิ่น โดยเฉพาะผู้หญิงและผู้สูงอายุที่ต้องการมีรายได้เสริม
ส่วนเรื่องสาธารณูปโภคพื้นฐานเป็นสิ่งที่ อบต.ต้องทำให้ ถนนดี น้ำไหล ไฟสว่าง อยู่แล้ว
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันและการแข่งขันทางการเมืองในฐานะผู้หญิง แต่ครูนิดมองว่า “ความเป็นผู้หญิง” คือจุดแข็งสำคัญ ทั้งในเรื่องความละเอียดอ่อน ความอดทน และการรับฟังความคิดเห็นของผู้คน
“กับตัวเองเราต้องมีวินัยสูง แต่กับคนอื่นเราต้องยืดหยุ่น เพื่อทำงานร่วมกับทุกคนอย่างมีความสุข และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ‘คำไหนคำนั้น’ ต้องซื่อสัตย์กับประชาชน”
ในวัยเกษียณที่หลายคนเลือกพักผ่อน ครูนิดกลับเลือกเริ่มต้นบทบาทใหม่บนเส้นทางการเมืองท้องถิ่น ด้วยความตั้งใจที่จะใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตกลับมาพัฒนาบ้านเกิดของตัวเอง
เรื่องราวของ “ครูนิด” จึงไม่ใช่เพียงชัยชนะของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง แต่คือภาพสะท้อนของ“ผู้หญิงกับการเมือง” ในยุคใหม่ ที่ใช้ความจริงใจความอดทน และต้นทุนทางสังคมที่สั่งสมจากการทำงานกับชุมชน มาเปลี่ยนความเชื่อเดิม ๆ และพิสูจน์ว่า การเมืองที่ดีอาจเริ่มต้นจากหัวใจของคนธรรมดาที่อยากเห็นบ้านเกิดดีขึ้นจริง ๆ
หากคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดสงขลา รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ชัยชนะของ“ครูนิด” นางนิตย์ ประสมพงศ์ ในครั้งนี้ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของการเมืองท้องถิ่นสงขลา ที่แวสดงให้เห็นว่า “พลังของประชาชน” และ “ต้นทุนทางสังคม” จากการทำงานเพื่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง สามารถเอาชนะการเมืองแบบเดิมได้ พร้อมเปิดบทใหม่ให้ผู้หญิงก้าวขึ้นมามีบทบาทในสนามการเมืองฐานรากมากยิ่งขึ้นอีกด้วย


