วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ เรื่อง การเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
- เห็นชอบการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ บริเวณหลักเขตแดนที่ 23/9 – 23/10 และปิดจุดผ่านแดนเดิมบริเวณหลักเขตแดนที่ 22 – 23 ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป และกำหนดเวลาทำการตามเวลาท้องถิ่นประเทศไทย ระหว่างเวลา 05.00 – 23.00 น. ของทุกวัน 2.ให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และแจ้งให้จังหวัดสงขลาและส่วนราชการในพื้นที่รับทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกัน 3.ให้กระทรวงมหาดไทย จังหวัดสงขลา ด่านศุลกากรสะเดา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการชี้แจงเกี่ยวกับระยะเปลี่ยนผ่านในการเปิดจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ และการปิดจุดผ่านแดนแห่งเดิม โดยให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นทางเดินรถ ช่องทางในการปฏิบัติพิธีการศุลกากร การตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงแนวทางการดำเนินงานของภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการท่องเที่ยวให้แก่ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนบริเวณชุมชนบ้านด่านนอก 4.การดำเนินการใด ๆ บริเวณพื้นที่ชายแดนจะต้องระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายและผลกระทบต่อความมั่นคง โดยส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2542 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2548 อย่างเคร่งครัด
สาระสำคัญของเรื่อง 1.การเปิดจุดผ่านแดนถาวรเป็นการตกลงใจระดับนโยบายรัฐบาล และเป็นความเห็นพ้องต้องกันของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการ เพื่อประโยชน์ต่อการค้าและการสัญจรของบุคคล ยานพาหนะ รวมทั้งการเดินทางเข้า – ออกของบุคคล จากประเทศที่สาม โดยเป็นไปตามระบบสากลเกี่ยวกับการเดินทางและความตกลงในการสัญจรข้ามแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการสัญจรภายในภูมิภาค ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น การดำเนินการเกี่ยวกับการเปิดจุดผ่านแดนถาวรระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงเข้าข่ายเรื่องที่ต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2548 มาตรา 4 (7) ว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับองค์การระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันรัฐบาลไทย 2.ด่านพรมแดนสะเดาเป็นด่านชายแดนไทย – มาเลเซียที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในด้านการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงด้านคมนาคมทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคโดยจุดผ่านแดนถาวรสะเดาแห่งใหม่ มีพื้นที่โครงการรวมทั้งสิ้น 596 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา ประกอบด้วย อาคารสำนักงานสำหรับหน่วยปฏิบัติงานร่วม อาคารตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งมีการเพิ่มช่องตรวจรถบรรทุกสินค้าขาเข้า จำนวนขาละ 8 ช่อง พร้อมติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์แบบ Fast Scan จำนวน 2 ช่อง และติดตั้งเทคโนโลยีตรวจสอบระบบเครื่องชั่งน้ำหนักรถบรรทุกสินค้าอย่างละ 2 ระบบ รวมถึงขยายพื้นที่อาคารผู้โดยสารและยานพาหนะ โดยเพิ่มช่องตรวจคนเข้าเมืองเป็นฝั่งละ 14 ช่อง ช่องตรวจรถยนต์ฝั่งละ 11 ช่อง พร้อมด้วยการสร้างอาคารที่พักอาศัยของเจ้าหน้าที่ และคาดว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับปริมาณสินค้า รวมถึงอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และผู้ประกอบการในการนำเข้าและส่งออก ตลอดจนช่วยให้การสัญจรข้ามแดนของนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปมีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลประโยชน์ร่วมของไทยและมาเลเซีย
ทั้งนี้ ปัจจุบันด่านศุลกากรสะเดา ส่วนราชการในจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ของฝ่ายไทย อยู่ระหว่างการดำเนินงานเพื่อจัดให้มีรถบริการรับส่งให้แก่ผู้สัญจรข้ามแดนด้วยทางเท้า รวมถึงพัฒนาเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่กับถนนกาญจนวนิช ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมและย่านการค้าบริเวณชุมชนบ้านด่านนอก (ด่านสะเดาแห่งเดิม) เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ผู้ค้ารายย่อย และประชาชนในพื้นที่ โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2569






