กอจ.สงขลา แจงปลด 2 อิหม่าม ออกกฎ 4 ข้อคุมมัสยิดกลางฯ

แทมเพลตข่าว 2 scaled

กอจ.สงขลา แถลงยันมติปลด 2 อิหม่าม ปมไม่กำหนดวันอีดตามจุฬาฯ กอจ.-สมาพันธ์ฯ 15 จังหวัดภาคใต้ ออกกฎเหล็กคุมเข้มมัสยิดกลางฯ ห้ามม็อบป่วน

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา(กอจ.สงขลา) ร่วมกับสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 15 จังหวัดภาคใต้ นัดเปิดเวทีแถลงข่าวครั้งสำคัญ แจงปมร้อนกรณีมีมติปลด 2 อิหม่ามมัสยิดอิสลามบ้านคูและอันสอริศสุนนะฮ์ พ้นตำแหน่ง ยืนยันทำตามขั้นตอนกฎหมายและอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัด ชี้ต้องยึดถือประกาศสำนักจุฬาราชมนตรีเพื่อความเป็นเอกภาพของสังคมมุสลิม ขณะที่อิหม่ามมัสยิดกลางฯ แถลงคุมเข้มออกกฎเหล็ก 4 ข้อ ห้ามจัดชุมนุม ประท้วง หรือสร้างความแตกแยกในพื้นที่ศาสนสถาน พร้อมถือโอกาสเปิดตัวการจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาค “เมาลิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 4” ดึงรัฐมนตรีและผู้นำศาสนาชั้นนำของประเทศร่วมงานคับคั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 15 สิงหาคม 2567 ณ มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา (กอจ.สงขลา) ได้จัดเวทีแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชน ประชาชน และสัปปะบุรุษในพื้นที่ จากกระแสข่าวคลาดเคลื่อนและลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมแถลงข่าวอย่างพร้อมเพรียง ประกอบด้วย

นายเฉ็ม เหมมัน รองประธานกอจ.สงขลา และอิหม่ามประจำมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา
อาจารย์อับดุลฮาลีม ลาเต๊ะ เลขาธิการกอจ.สงขลา และรองเลขาธิการสมาคมสมาพันธ์ฯ พร้อมด้วย อาจารย์สมาน ดือราแม กอจ.สงขลา ฝ่ายศาสนาวิชาการ ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 14 จังหวัด รวมเป็น 15 จังหวัดภาคใต้ นายศักดิ์กรียา บินแสละ ประธานกอจ.สงขลา เปิดลำดับเหตุการณ์ ปมขัดแย้งปลด 2 อิหม่าม

สำหรับที่มาของปมขัดแย้งดังกล่าว สืบเนื่องจาก กอจ.สงขลา ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 10/2567 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2567 และมีหนังสือคำสั่งลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 ให้ผู้ดำรงตำแหน่งอิหม่ามพ้นจากตำแหน่งจำนวน 2 มัสยิด ได้แก่ อิหม่ามมัสยิดบ้านคู ต.บ้านหาร อ.บางกล่ำ และ อิหม่ามมัสยิดอันสอริศสุนนะฮ์ ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ เนื่องจากปฏิเสธการกำหนดวันอีด ให้ตรงกับประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2567 กลุ่มชาวบ้านและสัปปะบุรุษมัสยิดบ้านคู ได้รวมตัวกันเดินทางมายังหน้ามัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา พร้อมชูป้ายข้อความแสดงความไม่เห็นด้วยต่อคำสั่งถอดถอนดังกล่าว โดยเรียกร้องให้ กอจ.สงขลา คำนึงถึงหลักความหลากหลายทางทัศนะและการยึดถือแนวทางตามมัซฮับในทางศาสนาที่มีข้อปลีกย่อยแตกต่างกัน พร้อมขอให้ทบทวนคำสั่งด้วยความยุติธรรม จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์

โดยคณะผู้ร่วมแถลงข่าวได้ร่วมกันชี้แจงสาระสำคัญของคำแถลงการณ์ โดยระบุว่า การพิจารณาดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง โดย กอจ.สงขลา ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบข้อกล่าวหา ชี้แจง และนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอย่างครบถ้วนแล้วหลายครั้ง มติดังกล่าวไม่ได้เกิดจากอคติ ความขัดแย้งส่วนบุคคล หรือเรื่องความเห็นต่างทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากพฤติการณ์และข้อเท็จจริงที่ผ่านการสอบสวนอย่างถี่ถ้วน

ทาง กอจ.สงขลา ย้ำว่า แม้จะเข้าใจและตระหนักถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตลอดจนความหลากหลายทางทัศนะเรื่องการดูดวงจันทร์ แต่เมื่อศาสนสถานและอิหม่ามอยู่ภายใต้การบริหารจัดการขององค์กรคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาความเป็นเอกภาพ ความสงบเรียบร้อย และครรลองของกฎระเบียบ โดยต้องยึดถือประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรีเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยมีการตักเตือนและทำความเข้าใจแล้ว แต่ยังคงมีการฝ่าฝืนปฏิบัติตามทัศนะตนเอง

โดยกอจ.สงขลา ออกกฎเหล็ก 4 ข้อ คุมเข้มพื้นที่มัสยิดกลางฯ

นายเฉ็ม ในฐานะอิหม่ามประจำมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา ได้แถลงเน้นย้ำถึง “ประกาศมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา เรื่องการใช้พื้นที่ของมัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา” ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 เพื่อป้องกันไม่ให้มัสยิดถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง หรือเป็นพื้นที่สร้างความแตกแยก
นายเฉ็ม ระบุอีกว่า มัสยิดกลางฯ จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ และส่งเสริมกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อศาสนาและสังคม ด้วยความสงบ เรียบร้อย และเคารพสถานที่ คณะกรรมการอิสลามประจำมัสยิดกลางฯ จึงออกประกาศข้อบังคับ 4 ข้อสำคัญ ได้แก่

ห้ามจัดกิจกรรมชุมนุม-ประท้วงไม่อนุญาตให้บุคคล กลุ่มคน หรือองค์กรใด ใช้พื้นที่ภายในมัสยิดกลางฯ เพื่อจัดกิจกรรม ชุมนุม ประท้วง หรือการแสดงออกที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความวุ่นวาย

ห้ามรวมกลุ่มก่อความวุ่นวายรอบมัสยิด ไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมหรือรวมกลุ่มบริเวณโดยรอบมัสยิดกลางฯ ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง การกระทบกระทั่ง หรือส่งผลกระทบต่อผู้เดินทางมาประกอบศาสนกิจ

ห้ามใช้เป็นพื้นที่แสดงออกทางความขัดแย้ง ห้ามใช่มัสยิดเป็นสถานที่แสดงออกทางความขัดแย้ง ห้ามติดตั้งป้าย ข้อความ ใช้เครื่องขยายเสียง หรือสื่อใดๆ ที่มีลักษณะปลุกระดม ยั่วยุ หรือสร้างความแตกแยก เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ

ต้องขออนุญาตก่อนจัดกิจกรรม การจัดกิจกรรมใดๆ ภายในพื้นที่มัสยิดกลางฯ ต้องได้รับอนุญาตจากผู้รับผิดชอบก่อน และกิจกรรมนั้นต้องไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของมัสยิด ไม่กระทบต่อศาสนกิจ และไม่ก่อความเดือดร้อนแก่ประชาชน

“ประกาศนี้ไม่ได้มีเจตนาจำกัดสิทธิ์ตามกฎหมายของบุคคลใด แต่เป็นการกำหนดแนวทางเพื่อรักษาความสงบ ความปลอดภัย และเกียรติของมัสยิดกลางฯ ให้เป็นสถานที่แห่งความสงบ ความศรัทธา และความสามัคคีอย่างแท้จริง” นายเฉ็ม กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *