สมช.สรุปแก้ปัญหาจชต.ไตรมาส422หน่วยงานรับงบบูรณาการ1,473ล้าน

แทมเพลตข่าว 2026 09 21T145615.395

สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับติดตามผลไตรมาส 4 ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ.2569


เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายสรพงค์ ศรียานงค์ รองเลขาธิการสมช. เป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อกำกับติดตามผลไตรมาสที่ 4 ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 และผ่านระบบ Video Conference


ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณไตรมาสที่ ๔ ภายใต้แผนงานบูรณาการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ที่ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติในลักษณะบูรณาการ โดยมี สมช. เป็นเจ้าภาพหลัก รวมทั้ง มี กอ.รมน. และ ศอ.บต. เป็นเจ้าภาพร่วม ซึ่งมีงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,473 ล้านบาท โดยมีหน่วยรับงบประมาณ 22 หน่วยงาน


รวมทั้ง มีโครงการสำคัญ 5 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน 2) โครงการส่งเสริมการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 3) โครงการเสริมสร้างการอยู่ร่วมกันในสังคม 4) โครงการพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่ และ 5) โครงการเสริมสร้างความเข้าใจและประสานงานความร่วมมือ


ในภาพรวมมีผลการใช้จ่ายงบประมาณเกินกว่าร้อยละ 90 โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนงานในเชิงประเด็นและดำเนินการสอดคล้องตามนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2568-2570


นายสรพงศ์ ได้เน้นย้ำการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้น้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 การจะพัฒนาและแก้ไขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ต้องอาศัยความตั้งใจจริงในการปฏิบัติงานของหน่วยงานทุกหน่วย


ประกอบกับการประสานความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็ง ด้วยความเข้าใจเจตนารมณ์อันดีที่จะช่วยให้สังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ช่วยสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน สร้างความเข้าใจและดูแลทุกข์สุขประชาชนเหมือนญาติมิตร หากทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ ก็วางใจได้ว่าสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีความเจริญ มีการพัฒนา มีความสงบร่มเย็น ประชาชนจะดำเนินชีวิตได้อย่างสะดวกราบรื่น สามารถประกอบสัมมาอาชีพทำหน้าที่การงาน และดูแลครอบครัวได้อย่างเป็นปกติสุขต่อไป

(ขอบคุณภาพ-ข่าว เพจ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *