5 ส.ค.69 เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติสมาคมสมาพันธ์สตรีมุสลิมแห่งประเทศไทย ฝ่ายกิจการสตรีและเยาวชนฯ กอท. คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย(กอท.) สำนักจุฬาราชมนตรีจัดพิธีมอบรางวัล แม่ดีเด่นแห่งชาติ “อัลอุมมุนมุตะมัยยิซะฮ์” ประจำปี ฮ.ศ.1448 ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ กรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนจุฬาราชมนตรี พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการ กอท. เป็นประธานในพิธี มีผู้รับมอบรางวัลจากทั่วประเทศ 60 คน เข้าร่วมพิธี
รางวัลที่จัดโดยกอท.ครั้งนี้แบ่ง 4 ประเภท คือ
1 แม่ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนา 2. แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร 3. แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ และ 4. แม่ของผู้เสียสละ ซึ่งจังหวัดสงขลาได้รับ 2 รางวัลคือ นางอามีเน๊าะ หมันเตะ ประเภท “แม่ของลูกผู้ทำประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ” และ นางชนิตา ยะมันยะ ประเภท “แม่ผู้มีความมานะอดทนขยันหมั่นเพียร”


นางอามีเน๊าะ กล่าวว่า รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้รับการคัดเลือกจากสมาคมสมาพันธ์สตรีมุสลิมฯกอท. สำนักจุฬาฯในครั้งนี้ และขอบคุณประธานคณะอนุกรรมการกิจการฝ่ายสตรีและเยาวชน กอจ.สงขลา นางชุติมา เหมมันต์ ที่กรุณานำเสนอชื่อให้กับทางสมาคมฯ
“ในการดูแลครอบครัวเป็นหน้าที่ที่มุสลิมจำเป็นต้องทำให้ดีที่สุด หน้าที่ของแม่อันดับแรกคือการดูแลบุตรหลานให้อยู่ในศาสนา ใช้หลักการตามคำสอนของศาสนาในการจัดการบริหารดูแลคนในครอบครัว และสิ่งที่เราจะต้องทำอีกอย่างคือ การช่วยเหลือคนอื่น เรื่องที่เป็นประโยชน์ของสังคมส่วนรวมเพราะเราต้องอยู่ร่วมกัน เมื่อสังคมมีความสงบสุขเราและคนในครอบครัวของเราก็ได้รับสิ่งดี แต่หากสังคมมีปัญหาก็ย่อมกระทบต่อเราด้วย” นางอามีเน๊าะ กล่าว และว่า


ที่ผ่านมาได้ร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มต่างๆ มาโดยตลอด ปัจจุบันเป็นรองประธานสตรีอาสาพัฒนาอำเภอจะนะ
ที่หนักมากในวันนี้คือ ปัญหาของเยาวชน เราต้องให้การศึกษาที่ดีที่ถูกต้องแก่ลูกหลานของเราโดยใช้แนวทางศาสนาเป็นสิ่งนำทาง ถ้าละทิ้งคำสอนของศาสนาก็ย่อมป้องกันปัญหาได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่เยาวชนที่ต้องมีการอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็กๆ เพราะถ้าหากปล่อยไว้ก็จะแก้ไขได้ยากมาก
“เราต้องใช้ความรักและความเมตตาเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุดตามหลักการที่พระเจ้าได้วางไว้ให้แล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองต้องรับฟังปัญหาทำความเข้าใจลูกหลานว่าเขาต้องการอะไร มีปัญหาอะไร สิ่งใดที่ผิดเราก็ต้องตักเตือนชี้แนะด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์หรือความโกรธใส่ลูกหลาน และพยายามให้กำลังใจ ต้องส่งเขาเรียนรู้ศาสนาให้มากจะทิ้งไม่ได้เพราะทุกวันนี้เรื่องราวต่างๆ มีมากที่เขาอาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวและถูกชักจูง การคบเพื่อนอะไรต่างๆ เราก็ต้องดูและตักเตือน เรื่องสังคมเราก็ต้องช่วยเช่นเดียวกัน”
แบบอย่างที่ดีที่สุดคือ พ่อแม่ที่ได้ทำให้เขาเห็นผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกหลาน เป็นสิ่งสำคัญ เราเองก็เห็นแบบอย่างของพ่อแม่ที่ท่านทำไว้ ที่ท่านได้สร้างประโยชน์ให้กับชุมชนมาตลอดและเลี้ยงดูเรามาอย่างดี
ขณะที่ นางชนิตา กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จที่ได้ทำมา ลูกทั้งสองคนก็เป็นความภาคภูมิใจของแม่และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แม่ได้รับรางวัลครั้งนี้
“ทุกวันนี้ก็ดูแลคุณแม่อายุ 97 ปีอยู่ด้วย กับสามีวัย 66 ปีที่สายตาไม่ค่อยดีแล้ว”
ส่วนสังคมก็ทำงานจิตอาสาในหมู่บ้าน เป็นอสม.,อปพร.,ชรบ. ทำงานกลุ่มสตรีฯ เมื่อไหร่ที่มีการเชิญชวนทำเรื่องใดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมก็จะร่วมมือตลอดทุกงาน ทั้งรัฐและเอกชน
“ในความเป็นแม่เราต้องเอาใจใส่คนในครอบครัว ให้ลูกๆ อยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง รวมทั้งคนในบ้าน โดยการเลี้ยงลูกเราต้องพูดแต่สิ่งดีๆกับเขาไม่ใช้คำพูดที่หยาบคาย ให้คำปรึกษาไม่ติเตียนให้กำลังใจเพื่อเขาเป็นคนดี” นางชนิตา กล่าว และว่า
แม่ตั้งความหวังว่าให้ลูกทำความดี ไม่สร้างความเสียหายแก่ตัวเองและคนอื่น ซึ่งก็สมความตั้งใจที่เราดูแลเขามา และก็ยังเลี้ยงหลานอีกคนหนึ่งที่ครอบครัวมีปัญหาตั้งแต่อายุเพียงสองเดือนจนปัจจุบันอายุ 26 ปี และเป็นคนดี
“ก็ขอบคุณพระเจ้าด้วยที่ประทานความดีให้กับเรา เป็นความภูมิใจของเราที่ได้ดูแลทุกคน” นางชนิตา กล่าว


