จม.จาก “ลุงจง” ถึงหลานเพชร!”อย่าเป็นนกกรงหัวจุก ให้เขาเอาไปแขวนโชว์”

แทมเพลตข่าว 2026 08 25T170021.032

ดูว่าเป็นจดหมายส่วนตัวในฐานะลูกหลาน แต่ก็เป็นเรื่องส่วนรวมและโพสต์สาธารณะ ไม่บ่อยที่ “นายหัวจง” บรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทยมีน้ำเสียงคาดหวัง ฝากฝัง ตัดพ้อ ต่อนักการเมืองรุ่นใหม่ “สรรเพชญ บุญญามณี” ในฐานะลูกชายของเพื่อน เป็นความจริงใจที่ไม่แน่ใจว่าในทางการเมืองจะมองเห็นเช่นใด

อย่าเป็นเพียงนกกรงหัวจุกให้เขาเอาไว้แขวนโชว์ตามร้านน้ำชา….
เพชร หลานรัก..
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันที่จะมีการประชุม ครม.สัญจรที่หาดใหญ่ ลุงคิดว่าในฐานะที่ลูกเป็นเหมือนหลานคนหนึ่งที่ลุงรักและปรารถนาดีตลอดมา และด้วยที่ลูกเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่บริหารบ้านเมือง 3-4 เดือนในตำแหน่งรัฐมนตรีของลูก หลายๆ ครั้งที่ลุงเห็นว่าลูกเหมือนนกกรงหัวจุกที่ถูกเขาไปแขวนอวดกันตามร้านน้ำชาตอนเช้าๆ ยังไงยังงั้น..


ลุงอยากให้ลูกเป็นตัวของตัวเองให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เอาพลังทางความคิดของคนรุ่นใหม่ที่อยากสร้างสังคมที่ดีกว่าเดิมโดยไม่ติดกับความคิดของคนรุ่นเก่าอย่างลุงหรือพ่อของลูก ที่เกิดมาในยุคที่สังคมเต็มไปด้วยปัญหาทั้งในระดับชุมชนถึงระดับโครงสร้างของประเทศ ทำให้คนรุ่นลุงรุ่นพ่อของลูกจำนวนหนึ่งที่มีโอกาสทางสังคม มุ่งสร้างความมั่นคง ความมั่งคั่งให้กับครอบครัว เพราะรัฐไม่มีหลักประกันใดๆ ให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ในทุกๆ ด้าน การมุ่งสร้างความมั่งคงในหลายๆ กรณีก็ไปกระทบต่อวิถีชีวิตของคนส่วนใหญ่ที่ด้อยโอกาส หรือสร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม..


ที่ลุงพล่ามมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกกับลูกว่า วันนี้ลูกมีโอกาสแก้ไขปัญหาที่หมักหมมมานาน หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นกับสังคม ลุงจึงอยากเสนอให้ลูกหลุดจากสภาพของนกกรงหัวจุกที่ถูกเอาไปแขวนโชว์ตามร้านน้ำชาเสียที..


แม้ลูกจะเป็นเพียงรัฐมนตรีช่วย ลุงพิพัฒน์ ของลูก เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ แต่ลูกก็ควรจะคิดจากปัญหาของประเทศที่ลูกมองเห็นหรือรับรู้ได้ด้วยตัวเอง ตอนลูกลงไปตระเวณหาเสียงกับพวกเขาในชุมชนต่างๆ ลูกไม่ใช่นกกรงหัวจุกของลุงพิพัฒน์ หรือของหัวคะแนน ทีมงานของพ่อ ที่จะเอาลูกไปแขวนอวดบารมีตามร้านน้ำชา…


ลุงไม่สบายใจเลยที่ลุงพิพัฒน์ของลูกชอบคิดแต่เรื่องโครงการใหญ่ๆ เสมือนปัญหาของบ้านเมืองนี้เมืองนี้จะสามารถแก้ไขได้ด้วยแม็คกะโปรเจคเท่านั้น โดยละเลยมิติอื่นๆ ปัญหาอื่นๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา ให้คนรุ่นต่อไปต้องตามแก้ไขไม่รู้จักจบสิ้น การเสนอปลุกผีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ขึ้นมาอีกครั้งของรัฐบาลหรือของลุงพิพัฒน์ของลูก จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของความคิดหรือทิศทางของการพัฒนาที่จะทิ้งคนจำนวนมากไว้ข้างหลัง ให้ต้องอดอยากยากแค้นมากยิ่งขึ้น ลุงขอยกตัวอย่างสภาพปัญหาที่กำลังดำรงอยู่และถ้าลูกสามารถมีส่วนในการนำเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา ในวาระของการประชุม ครม. สัญจรในครั้งนี้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับคนจำนวนมาก ที่กำลังเผชิญกับปัญหานั้นๆอยู่ลุงคิดว่ามี5เรื่องเร่งด่วนที่ลูกควรจะทำ


1.ปัญหาสุสานเรือเวียดนาม 100 กว่าลำที่ถูกนำมาจอดทิ้งขวางร่องน้ำในทะเลสาบสงขลาส่งผลให้เกิดตะกอนทำให้ทะเลสาบสงขลาตื้นเขิน ทำลายแหล่งทำการประมงของพี่น้อง ปัญหานี้ดำรงอยู่มาหลายสิบปีแล้ว ลูกควรจะเสนอโครงการให้ ครม. อนุมัติงบประมาณนำซากเรือเหล่านี้ออกไปจากปากร่องน้ำทะเลสาบเสียที จะเอาไปทำลายหรือนำไปทำปะการังเทียมให้กับชุมชนประมงใน 6 อำเภอที่ติดกับทะเลในจังหวัดสงขลาเรา ก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องที่ทำอาชีพประมงชายฝั่งได้มาก


2. กรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะที่ลุงพิพัฒน์ รมว.ของลูกพยายามที่จะนำมาปัดฝุ่นขึ้นมาอีกครั้ง ลุงคิดว่าเรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนต่อตำแหน่งรัฐมนตรีของลูกมากๆ ควรจะต้องระมัดรระวังให้มาก อย่าให้ลุงพิพัฒน์ผลักลูกให้ออกมาเป็นหนังหน้าไฟเด็ดขาด เพราะมันจะผูกพันธ์เกี่ยวข้องกับอนาคตทางการเมืองของลูกในอนาคตแน่นอน


ลูกคงจำได้ตอนที่พ่อของลูกเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย เคยถูกนำเรื่องกรณีกว้านซื้อที่ดินหลายหมื่นไร่ร่วมกับลุงประชัย เลี่ยวไพรัช พ่อของลูกได้ลุกขึ้นตอบในสภาและยอมรับถึงความสัมพันธ์กับลุงประชัย รวมถึงยอมรับว่ามีการทำธุรกิจซื้อขายที่ดินจริงเป็นเรื่องของธุรกิจในครอบครัว ซึ่งลุงมองว่าตอบแบบนักเลงดี ก็คือยอมรับความเป็นจริง ตามข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่จริงนะดีที่สุด ซึ่งพ่อของลูกทำดีแล้วต้องยอมรับ


แต่วันนี้ลูกเข้ามาเป็นรัฐมนตรี เรื่องธุรกิจของครอบครัวคือสิ่งที่ลูกปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว แต่ในบทบาทของรัฐมนตรีที่จะต้องสร้างความถูกต้องชอบธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมต่างหากที่จะพิสูจน์กันหรือเจตจำนงค์ในการทำงานเพื่อส่วนรวมของลูก


ในพื้นที่อำเภอจะนะมีการกว้านซื้อที่ดินมาหลายสิบปี หลายหมื่นไร่ทั้งจากธุรกิจซื้อขายที่ดินของครอบครัวของลูกและพวกนายหน้าอิสระอีก 3-4 ราย แต่ที่ดินส่วนใหญ่คนเขาก็รู้กันหมดว่าหากอยู่ในมือของครอบครัวลูกและลุงประชัย เลี่ยวไพรัช …


มีบางเรื่องที่ลุงอยากให้ลูกใส่ใจลงไปแก้ปัญหาในฐานะรัฐมนตรี คือการออกโฉนดทับที่ของชาวบ้าน หรือการออกโฉนดรุกล้ำสุสาน (กุโบว์) ของพี่น้องมุสลิมที่บ้านท่ายาง สองเรื่องนี้ลูกควรใช้โอกาสช่วงที่มีตำแหน่งหน้าที่บำบัดปัญหาให้ถูกต้องชอบธรรมจะเป็นเกียติประวัตของลูกเอง


กรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่าเรือน้ำลึกแห่งที่ 2 ที่ลุงพิพัฒน์ รมว. กระทรวงคมนาคมออกมาโยนหินถามทาง ซึ่งสร้างความกระเพื่อม จุดชนวนของความขัดแย้งรอบใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ลุงเสนอว่าลูกไม่ควรไปเต้นตามบทที่ลุงพิพัฒน์กำหนด ลูกควรจะหาเวลาไปศึกษา SEA ที่ผ่านขบวนการศึกษามาอย่างเป็นระบบ โดยสถาบันการศึกษาคือมอ.และใช้งบประมาณของชาติไป 28 ล้านบาท ลูกจะต้องไปอ่านให้ละเอียดว่าข้อเสนอสำหรับการพัฒนาพื้นที่ตรงนั้นได้ข้อสรุปว่าจะต้องดำเนินกิจกรรมพัฒนาอะไรถึงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่นิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึก…


3. ปัญหาที่กำลังก่อตัวและจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสงขลา เช่น น้ำเน่าเสียที่ทำลายคลองวง การกัดเซาะชายฝั่งของเอกชนที่สร้างท่าเรือขนส่งสินค้าที่ปากแม่น้ำ เช่นท่าเรือที่ปากครองนาทับ ท่าเรือที่ปากแม่น้ำเทพา ขนของกันด้วยเรือเดินสมุทรลำใหญ่ๆเรื่องพวกนี้ชุมชนเริ่มบ่นกันหนาหูมาก แต่เพราะมีอำนาจอิทธิพลในพื้นที่คนจึงไม่กล้าพูด แต่ลุงได้ฟังมาตลอดก็อยากให้ลูกได้ลงไปศึกษาปัญหานี้และรีบแก้ไขปัญหาเสียอย่าให้บานปลายหรือลุกลามไปมากกว่านี้


อีกเรื่องก็กรณีบ่อบำบัดน้ำเสียจากโรงงานของครอบครัวของลูกที่เกาะแต้วซึ่งขวางทางน้ำ ในฤดูน้ำหลากที่ทำให้น้ำไหลลงคลองออกทะเลช้า ท่วมขังมาถึงสวนยางของชาวบ้านหมู่ที่ 9 ของตำบลทุ่งหวัง ยางของชาวบ้านโดนน้ำท่วมตายไปจำนวนมาก คลองนาทับที่บ้านคลองข่ากูถูกถมจนตื้นเขิน สวนยางของพี่น้องในบ้านแขยงก็โดนน้ำท่วมขังตายไปจำนวนมาก ลุงเคยบอกพ่อของลูกไปแล้วแต่ทำเป็นหูทวนลม ลูกเป็นรุ่นใหม่ควรจะสนใจปัญหาของเกษตรกร ของคนตัวเล็กตัวน้อยให้มากขึ้น


4. กรณีปลาหมอคางดำกับวิกฤติระบบนิเวศน์ของทะเลสาบสงขลาเป็นเรื่องใหญ่ในอนาคต ลุงอยากให้ลูกตระหนักต่อปัญหานี้ไว้ให้มากๆในฐานะรัฐมนตรีคนใต้ที่อยู่ร่วมรัฐบาลนี้ วันนี้พื้นที่อำเภอหัวไทร ปากพนัง คือ “เมืองหลวงของปลาหมอคางดำ” ซึ่งได้ทำลายอาชีพเกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งไปจำนวนมาก เดี๋ยวนี้ปลาหมอคางดำมีชุกชุมและเริ่มแพร่มาสู่ลำคลองหลายคลองในอำเภอระโนดจ่อที่จะแพร่ลงสู่ทะเลสาบสงขลาได้ง่ายและจะส่งผลกระทบรุนแรงต่ออาชีพพี่น้องประมงรอบทะเลสาบสงขลา รวมถึงระบบนิเวศน์ พันธุ์สัตว์น้ำชนิดต่างๆจะได้รับผลกระทบ ลูกต้องลงไปดูปัญหาแล้วนำเสนอ ครม.ให้พิจารณาหามาตรการในการกำจัด/ควบคุมปลาหมอคางดำไม่ให้แพร่ขยายลงทะเลสาบสงขลาโดยไว ลุงคิดว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากๆ เพราะหากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังอาชีพของพี่น้องในทะเลสายสงขลาจำนวนมากรวมทั้งระบบนิเวศน์จะได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องรุ่นแรงจากการระบาดของปลาหมอคางดำ นี่เป็นเรื่องใหญ่และซีเรียสมาก


5. ลุงพิพัฒน์ รัฐมนตรีคมนาคม ชอบสร้างโครงการขนาดใหญ่ ที่ใช้งบประมาณลงทุนมากๆ โดยอ้างว่าเพื่อก่อให้เกิดการจ้างงาน เพิ่ม GDP ให้กับประเทศ ประชุมครม.ครั้งนี้ลูกก็เสนอไปเลยว่าให้ทำโครงการสร้างรถไฟความเร็วสูงรางคู่หรือความเร็วสูงหาดใหญ่-กรุงเทพ เรื่องนี้คนทั้งภาคใต้จะพอใจและสนับสนุนแน่นอน คนสงขลา/หาดใหญ่ หรือจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ เราก็ต้องการเดินทางไปกรุงเทพด้วยเวลา 6-8 ชั่วโมง ไม่ใช่ 12 ชั่วโมง หากลูกเสนอเรื่องนี้เข้า ครม. คนที่จะชื่นชมยินดีแต่ถ้าลุงพิพัฒน์ รมว.คมนาคม ของลูกยังดันทุรังจะเสนอแม็คกะโปรเจค อย่างนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หรือท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2 (ทั้งๆ ที่ผลกระทบการศึกษา SEA ระบุชัดว่าไม่เหมาะสม) รับรองว่าจะโดนแรงต้าน จะสร้างความขัดแย้งขึ้นในพื้นที่ และจะมีคนจำนวนมากลุกกันขึ้นมาด่า
ลุงยืนยันว่าลุงรักและปรารถนาดีกับลูก มีความหวังในฐานะคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้ใช้อำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาของชาติ ไม่ใช่เป็นแค่นกกรงหัวจุกให้เขาเอาไปอวดตามร้านน้ำชา


ด้วยรักและปรารถนาดี
ลุงจง
25สิงหาคม2569

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *