ป.ป.ช.ชี้มูลอดีต“ผอ.อุดม”ญ.ว.ทุจริตรับย้ายเด็ก 11 คนเกินแผน

แทมเพลตข่าว 2026 08 28T151248.227

#สำนักข่าว Next News เสนอข่าว ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ชี้มูล ‘อุดม ชูลีวรรณ‘ อดีต ผอ.โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย คดีกล่าวหาทุจริตรับย้ายเด็ก 11 ราย ทั้งที่ไม่มีใครย้ายออก ห้องเรียนทะลุ 40 คน ไม่เป็นไปตามประกาศ สพฐ. ส่งสำนวน อสส. ฟ้องร้องดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ยังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลได้อีก

วันที่ 28 สิงหาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 แถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายอุดม ชูลีวรรณ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย(ญ.ว.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา คดีกล่าวหาทุจริตการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 11 ราย ทำให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องเรียนทั่วไป มีนักเรียนเกินห้องเรียนละ 40 คน ทั้งที่ ไม่มีนักเรียนคนใดย้ายออก ไม่เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สำนักงาน ป.ป.ช.ภาค 9 ระบุว่า ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนคดีนี้ พบว่า ภายหลังจากโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยเปิดภาคเรียนที่ 1/2566 ผู้ถูกกล่าวหาในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ได้อนุญาตให้รับย้ายนักเรียนจำนวน 11 ราย มาเรียนที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ทั้งที่ไม่มีนักเรียนคนใดย้ายออก ทำให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ห้องเรียนทั่วไป มีนักเรียนเกินห้องเรียนละ 40 คน ไม่เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรื่อง นโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2566 และตามแผนการรับนักเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ของโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และปัจจุบันนักเรียนที่ได้รับย้ายมาทั้ง 11 ราย กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

จากการไต่สวนพบว่า ในกระบวนการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2566 รอบปกติ โรงเรียนได้ดำเนินการตามประกาศและปฏิทินของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างถูกต้อง แสดงให้เห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความเข้าใจในนโยบายจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 40 คนต่อห้องเป็นอย่างดี โดยกระบวนการรับนักเรียนเสร็จสิ้นและสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่วันมอบตัวนักเรียนในเดือนเมษายน 2566 แต่การที่ผู้ถูกกล่าวหาอนุมัติรับย้ายนักเรียนจำนวน 11 ราย เข้าเรียนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2566 หลังจากเปิดภาคเรียนไปแล้ว เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยเหตุผลดังนี้

การรับย้ายจะทำได้ต่อเมื่อมีที่นั่งว่างลงจากการย้ายออก แต่ในกรณีนี้ไม่มีนักเรียนคนใดย้ายออก พฤติการณ์รับย้ายจึงเป็นการเพิ่มจำนวนนักเรียนเกินกว่าห้องละ 40 คน ซึ่งขัดต่อนโยบายของ สพฐ. โดยตรง

การตั้งคณะกรรมการพิจารณารับย้ายตามคำสั่งที่ 616/2566 เป็นเพียงการสร้างขั้นตอนเพื่อบังหน้า เนื่องจากพยานบุคคลที่เป็นกรรมการให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า ผู้ถูกกล่าวหาไม่นำข้อมูลนักเรียนมาให้พิจารณา และแม้จะมีการทักท้วงให้ตรวจสอบหลักสูตรก่อน แต่ผู้ถูกกล่าวหากลับตัดสินใจรับนักเรียนทั้งหมดด้วยตนเองเพียงคนเดียวโดยไม่มีการประชุมกลั่นกรองตามที่ตกลงกันไว้

ข้ออ้างเรื่องปัญหาเศรษฐกิจของผู้ปกครองและการเดินทางไม่เป็นความจริง เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่จบจากโรงเรียนเอกชนชื่อดังที่มีค่าเทอมสูง และที่สำคัญคือนักเรียนถึง 10 ราย เป็นผู้ที่เคยสอบคัดเลือกในรอบปกติของโรงเรียนนี้แต่สอบตก การรับย้ายในเวลาต่อมาจึงเป็นพฤติการณ์ช่วยเหลือกลุ่มนักเรียนที่สอบตกให้ได้เข้าเรียนในสถานศึกษาที่มีอัตราการแข่งขันสูงโดยมิชอบ

พฤติการณ์ดังกล่าว แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานการรับเงิน แต่การแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้ให้แก่ผู้อื่นย่อมถือเป็นการทุจริตต่อหน้าที่

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 57/2569 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของนายอุดม ชูลีวรรณ ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 84 วรรคสอง และวรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

เบื้องต้น ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายอุดม ชูลีวรรณ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป

อย่างไรก็ดี การชี้มูลความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่สิ้นสุด ผู้ถูกกล่าวหายังมีสิทธิ์ต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในชั้นศาลได้อีก

ขอบคุณ Next News TH

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *