กระแสความสนใจเกี่ยวกับ รสนิยมการแต่งหน้า แต่งตัว ทำให้ชื่อ “ตัสนีม ทับคำ” หรือ “นี” เป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงในวงกว้าง โดยเฉพาะในมุมของผู้หญิงทำงานราชการที่มีความโดดเด่นด้านบุคลิกและการดูแลตัวเอง
เบื้องหลังภาพของผู้หญิงที่รักการแต่งหน้าและแต่งตัว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่น่าสนใจ ทั้งเส้นทางชีวิต การทำงาน ความมุ่งมั่นในการรับราชการ ประสบการณ์ในบทบาทนักบริหารท้องถิ่น ตลอดจนแนวคิดในการใช้ชีวิตและการรับมือกับกระแสสังคม
“ภาคใต้่โฟกัส” พาผู้อ่านมาทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ให้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงในฐานะหญิงสาวที่มีรสนิยมการแต่งหน้าและแต่งตัวเป็นเอกลักษณ์แต่ในฐานะ “ตัสนีม ทับคำ” ผู้หญิงทำงานที่เชื่อในพลังของความรู้ ความมั่นใจ และการพัฒนาตัวเอง
จากข้าราชการตัวเล็กๆ คนหนึ่งสู่ “หัวหน้าฝ่ายอำนวยการ เทศบาลตำบลปะแต” อ.ยะหา จ.ยะลา พร้อมบทบาทและความรับผิดชอบที่ท้าทายขึ้นเรื่องราวของเธอจึงไม่ได้มีเพียงสีสันจากโลกออนไลน์แต่ยังเต็มไปด้วยบทเรียน ความภาคภูมิใจ และมุมมองของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังสร้างเส้นทางความสำเร็จของตัวเอง


ความสุขง่าย ๆ ที่บ้าน นอกเวลางาน
แม้หน้าที่ราชการจะต้องพบกับภารกิจและความรับผิดชอบหลากหลาย แต่เมื่อหมดเวลางาน“พี่นี” เลือกที่จะกลับมาอยู่กับพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองอย่างเรียบง่าย
“เวลาพักผ่อนส่วนตัว ชอบอยู่บ้าน ดูภาพยนตร์ เล่นโซเชียลมีเดีย และทำอาหารทานเองค่ะ”
ไม่ค่อยชอบเดินทาง เพราะในการทำงานหรือการสร้างความก้าวหน้า เราต้องเดินทางไปอบรม ไปสอบ หรือไปทำภารกิจต่าง ๆ อยู่แล้ว พอมีเวลาว่างจึงอยากพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า
สำหรับเธอ บ้านจึงไม่ใช่เพียงสถานที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ได้วางภาระจากการทำงานลงชั่วคราวและกลับมาใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวเองมากที่สุด
เรื่องการออกกำลังกาย เจ้าตัวยอมรับว่า อาจจะไม่ได้เป็นกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ เพราะหลังจากทำงานมาทั้งวัน สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ การพักผ่อนรับประทานอาหารอร่อย ๆ ดูโทรทัศน์ หรือใช้เวลาอยู่บนโซเชียลมีเดีย
“แต่งหน้า”คือความสุขและความมั่นใจ
อีกหนึ่งมุมที่ทำให้ “ตัสนีม” เป็นที่จดจำ คือความชื่นชอบในการแต่งหน้า โดยเฉพาะการเน้นดวงตา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถสร้างสีสันและความโดดเด่นให้กับใบหน้าได้หลากหลาย
“พี่ให้ความสำคัญกับการแต่งหน้า ชอบใช้เครื่องสำอางค์ โดยเฉพาะการแต่งตา เพราะดวงตาเป็นส่วนที่สามารถใช้เครื่องสำอางได้หลายอย่าง และเราสามารถสร้างลุคที่แตกต่างกันได้ค่ะ”
นอกจากแต่งหน้าแล้ว การแต่งตัว ก็ชอบโดยเฉพาะชุดเดรสหรือชุดแซก ที่มีช่างตัดเสื้อส่วนตัว เพราะเป็นคนรูปร่างเล็ก ทำให้เสื้อผ้าสำเร็จรูป แม้จะเป็นไซซ์เล็กที่สุดก็ยังไม่พอดี
เธอย้ำว่า การแต่งหน้าและแต่งตัว ไม่ใช่เพียงเรื่องภาพลักษณ์ แต่เป็นหนึ่งในการดูแลตัวเอง และช่วยเติมความมั่นใจ ให้พร้อมในการทำงานแต่ละวัน
หากถามถึงสถานที่ที่ช่วยเติมพลังให้กับชีวิต คำตอบของตัสนีมค่อนข้างชัดเจนว่า “บ้าน”
ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ช่วยให้เธอผ่อนคลาย ได้พบปะเพื่อนฝูง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ติดตามข่าวสาร รวมถึงเรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากเพจที่สนใจ
“การเล่นโซเชียลมีเดียเป็นแหล่งชาร์จพลังที่ดีค่ะ ได้พบเพื่อนในสังคมออนไลน์ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และติดตามข่าวสารจากเพจ
ที่เราสนใจ”
เธอมองว่า ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ และการเรียนรู้อยู่เสมอ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสายงานราชการและต้องทำงานใกล้ชิดกับประชาชน


ภูมิใจที่ได้เดินตามรอยคุณพ่อ
เมื่อถามถึงความฝันในอีกด้านหนึ่งนอกจากเส้นทางราชการ ตัสนีม ตอบอย่างเรียบง่ายว่า ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นมากนัก เพราะเป้าหมายสำคัญคือ ความสำเร็จในอาชีพรับราชการ
เธอมองว่า “การประสบความสำเร็จ” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด และสร้างประโยชน์ให้องถิ่นและประเทศให้ได้มากที่สุด
ตลอดเส้นทางชีวิต สิ่งที่ตัสนีมภาคภูมิใจที่สุดคือ การได้เข้ารับราชการ และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เดินตามรอยคุณพ่อ ซึ่งเคยรับราชการและเกษียณอายุในตำแหน่ง “นายสถานีรถไฟสุไหงโก-ลก” จังหวัดนราธิวาส
จากแรงบันดาลใจในครอบครัว สู่การสร้างเส้นทางของตัวเอง เธอจึงมองการรับราชการมากกว่าการเป็นอาชีพ แต่เป็นความภาคภูมิใจและความรับผิดชอบที่มีต่อประชาชน
บททดสอบสำคัญ…จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น
หนึ่งในประสบการณ์ที่ทำให้ตัสนีมรู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน คือการปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลปะแต
ขณะนั้น เธอทำหน้าที่ “รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล” และเป็นบุคลากรสายบริหารเพียงคนเดียวในการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง เนื่องจาก “รองปลัดเทศบาล” ยังไม่มีผู้ครองตำแหน่ง ทำให้เธอต้องรับผิดชอบงานในฐานะนักบริหาร รองจากปลัดเทศบาล
ภารกิจเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในด้านการบริหารจัดการ การประสานงาน และการดูแลกระบวนการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย
ท้ายที่สุด การจัดการเลือกตั้งประสบความสำเร็จ และเทศบาลตำบลปะแตได้รับรางวัล เทศบาลที่มีอัตราส่วนจำนวนร้อยละของบัตรเสียในการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศมนตรีในจังหวัดยะลา น้อยที่สุด ลำดับที่ 2 จากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดยะลา
รางวัลดังกล่าวจึงเป็นมากกว่าความสำเร็จขององค์กร แต่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งที่ได้พิสูจน์ศักยภาพของตัวเองผ่านงานที่ได้รับมอบหมาย
ด้วยความโดดเด่นเรื่องการแต่งหน้า ทำให้ตัสนีม เคยได้รับความสนใจจากสังคม มีการพูดถึงบนโลกออนไลน์ และสื่อมวลชนติดต่อมาขอสัมภาษณ์
แทนที่จะเลือกตอบโต้กระแสด้วยอารมณ์เธอเลือกย้อนกลับมาสำรวจตัวเองก่อนว่า สิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์นั้น “ผิดจริงหรือไม่”
“เมื่อเกิดกระแสสังคมหรือการบูลลี่ พี่จะกลับมาดูตัวเองก่อนว่าสิ่งที่สังคมพูดนั้นถูกหรือผิด ถ้าตรวจสอบตัวเองแล้วไม่ใช่สิ่งที่ผิด เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลตามปกติ เราก็ต้องพยายามเข้าใจมุมมองของคนที่วิพากษ์วิจารณ์ค่ะ”
จึงอยากให้สังคม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อข้าราชการและการทำงานของหน่วยงานราชการ เพราะภาพของคนทำงานราชการในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงกรอบเดิม ๆ แต่สามารถมีความหลากหลาย ทั้งบุคลิก ความสนใจ และวิถีชีวิต ตราบใด
ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและรับผิดชอบ
ขอภาพจำ “ผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง”
เมื่อถามว่า หากตัดภาพ “ผู้บริหารท้องถิ่น”และ “ผู้หญิงที่ชื่นชอบการแต่งหน้า” ออกไปแล้วอยากให้ผู้คนจดจำเธอในฐานะอะไร คำตอบคือ ผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเอง
“อยากฝากถึงผู้หญิงที่กำลังสร้างความมั่นใจ เพื่อเดินตามความฝันของตัวเอง คืออย่าหยุดเรียนรู้”
“อยากให้น้อง ๆ เรียนรู้ให้รอบด้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะความรู้เป็นแหล่งกำเนิดของความมั่นใจในตัวเอง และเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นความจริงค่ะ”
คำพูดของ “พี่นี” อาจเป็นบทสรุปที่เรียบง่ายที่สุดของผู้หญิงยุคใหม่—ความสวยสร้างความประทับใจ แต่ความรู้สร้างความมั่นใจ และความสามารถคือสิ่งที่จะทำให้เราเดินไปได้ไกลกว่าเดิม
บนเส้นทางของผู้หญิงทำงานคนหนึ่ง เธอไม่ได้เลือกว่าจะต้องเป็น “ผู้บริหาร” หรือ “ผู้หญิงรักสวยรักงาม” เพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่เลือกที่จะเป็นตัวเองในทุกมิติ พร้อมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
“เชื่อว่าการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเอง และความมั่นใจ คือพลังสำคัญที่จะทำให้ผู้หญิงทุกคนก้าวไปถึงความฝันได้ในแบบของตัวเอง”


