ชี้ความสำคัญ‘ประธานสหกรณ์ม.อ.’“ผศ.สุพจน์”อาสานำสู่ความมั่นคง เข้มแข็ง

1 scaled

“ผศ.สุพจน์ โกวิทยา” ผู้สมัคร “ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อ. หมายเลข 2 ที่ผูกพันกับม.อ. ทั้งในฐานะศิษย์เก่า อาจารย์และผู้บริหารมหาวิทยาลัย ซึ่งปัจจุบันเป็น “ประธานสหกรณ์บริการม.อ./ประธานชมรมรักษ์ม.อ. เชื่อมั่นใจประสบการณ์์ และความสำคัญในตำแหน่ง จึงอาสาเป็นผู้นำองค์กรไปข้างหน้า บริหารอย่างตั้งใจซื่อสัตย์ โปร่งใส และหนุนบทบาทม.อ.ดูแลสังคม

ผศ.สุพจน์ โกวิทยา ประธานสหกรณ์บริการ ม.อ. และประธานชมรมรักษ์ ม.อ. ซึ่งเป็น “ผู้สมัครประธานสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์”หมายเลข 2เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการตัดสินใจสมัครชิงตำแหน่งประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ม.อ.ว่า จุดเริ่มต้นของการทำงานสหกรณ์เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน หลังเกษียณอายุราชการ ได้รับคำเชิญให้มาเป็นที่ปรึกษาและก้าวสู่ตำแหน่งประธานสหกรณ์บริการ ม.อ. ในช่วงที่สหกรณ์ประสบภาวะขาดทุนอย่างหนักจากวิกฤติโควิด-19

ด้วยการทำงานเป็นทีม ทำให้สามารถพลิกฟื้นวิกฤติ จนสหกรณ์กลับมามีกำไรทะลุเป้าหมายได้สำเร็จ

“เมื่อครบวาระการดำรงตำแหน่ง 2 วาระ (4 ปี) ตามกฎหมาย จึงตัดสินใจนำประสบการณ์และความมั่นใจที่มี อาสาเข้ามาสานต่องานบริหารที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อ. เพื่อทำประโยชน์ให้กับประชาคมสงขลานครินทร์ต่อไป”


“สหกรณ์ต้องไม่แยกส่วนกับมหาวิทยาลัย”


ผศ.สุพจน์ มองความแตกต่างระหว่าง 2 สหกรณ์ว่า สหกรณ์บริการ ม.อ. มีความซับซ้อนเพราะมีหลากหลายธุรกิจ (เช่น หมู่บ้านจัดสรร, โรงซักอบรีด, หอพัก) ขณะที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อ. มุ่งเน้นธุรกิจการเงินเป็นหลัก แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “สหกรณ์ออมทรัพย์ต้องทำงานเชิงบูรณาการกับมหาวิทยาลัย” เนื่องจากสมาชิกคือ บุคลากรของมหาวิทยาลัย การดูแลสวัสดิการและคุณภาพชีวิตจึงต้องสอดคล้องกัน

โดย ผศ.สุพจน์ แบ่งกลุ่มเป้าหมายการดูแลสมาชิกออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่:

1 กลุ่มวัยทำงาน (อายุ 40-50 ปี): เป็นวัยที่ต้องการสร้างความมั่นคงในชีวิต สหกรณ์ต้องเข้ามาช่วยวางแผนระยะยาว เพื่อให้สมาชิกมีคุณภาพชีวิตที่ดีหลังเกษียณ

2 กลุ่มวัยเกษียณ ที่มีประมาณ 30% ในฐานะที่ตนดำรงตำแหน่งประธานชมรมรักษ์ ม.อ. (ชมรมผู้เกษียณ) จึงเข้าใจปัญหาอย่างลึกซึ้งว่า สมาชิกกลุ่มนี้มีความกังวลเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ (เช่น อัลไซเมอร์, ผู้ป่วยติดเตียง) และความโดดเดี่ยว


“สหกรณ์ยุคใหม่จึงต้องพัฒนานวัตกรรมและกิจกรรมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างเป็นรูปธรรม”


สำหรับประเด็นความท้าทายผลงานในอดีตของสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อ. ที่สมาชิกมีความกังวลอาทิ “โครงการหมู่บ้านสหกรณ์” ที่ตำบลท่าข้าม ซึ่งปัจจุบันมีบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว รอการขายถึง 187 หลัง มูลค่ากว่า 600 ล้านบาทนั้น ผศ.สุพจน์ มองว่า หากปล่อยทิ้งไว้ทรัพย์สินจะเสื่อมมูลค่า จึงมีแนวคิดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อเร่งหาแนวทางระบายบ้านเหล่านี้ให้เร็วที่สุด พร้อมชูจุดเด่นของหมู่บ้านสหกรณ์ ม.อ. ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ส่วนกลางกว้างขวาง น้ำไม่ท่วม และ “นิติบุคคล” ของหมู่บ้าน ก็มีวิสัยทัศน์ด้านการส่งเสริมสุขภาวะ

“มีการตั้งชมรมผู้สูงอายุของหมู่บ้าน หากนำมาบูรณาการร่วมกัน จะกลายเป็นจุดขายที่ทำให้หมู่บ้านสหกรณ์ม.อ.ที่ท่าข้ามน่าอยู่มากยิ่งขึ้น”


ส่วนกรณีเกี่ยวกับการนำเงินไปลงทุนในสหกรณ์อื่นที่มีปัญหา หรือการปล่อยกู้ที่สร้างปัญหาหนี้เสียนั้น ผศ.สุพจน์ ย้ำหลักการทำงานว่า

“เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว การมองกลับไปข้างหลังเพื่อต่อว่าอดีตไม่มีประโยชน์ สิ่งสำคัญคือ ต้องมองไปข้างหน้า ทำให้ทีมงานเห็นความสำคัญ ร่วมมือกันแก้ปัญหาอย่างเต็มกำลัง เพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด”

    สหกรณ์ฯ “หนุน” ม.อ.ดูแลสังคม
    ผศ.สุพจน์ กล่าวถึงบทบาทของสหกรณ์ในวาระที่ ม.อ. ก้าวสู่ปีที่ 60 ว่า สหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อ.ซึ่งก่อตั้งมา 53 ปี มีความเข้มแข็งมากพอที่จะขยายบทบาทจากการดูแลเพียงแค่สมาชิก ไปสู่การช่วยเหลือสังคมและชุมชน ตามหลักการของสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่สำคัญในอนาคต

    “ผู้นำสหกรณ์เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก ผมจึงขออาสาเข้ามาทำงานด้วยความตั้งใจบริหารด้วยความซื่อสัตย์ และโปร่งใส เพื่อพี่น้องสมาชิกชาวสงขลานครินทร์ทุกคน”

    ผศ.สุพจน์ ยังกล่าวว่า การตัดสินใจเป็นผู้สมัครประธานสหกรณ์ออมทรัพย์ ม.อ. หมายเลข 2 ด้วยสโลแกน “สหกรณ์มั่นคง สมาชิกเข้มแข็ง ม.อ.ยั่งยื่น” ไม่เพียงเป็นความตั้งใจร่วมทำงานกับประชาคมม.อ.ต่อไปด้วยความตั้งใจของตัวเองหลังเกษียณ แต่ยังจะเป็น “ทางเลือก” ให้กับสมาชิกได้เลือกผู้บริหารสหกรณ์ที่ตนเองคิดว่า เหมาะสมท่ี่สุดด้วย

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *