“นพ.สุภัทร”หลังพ้นมลทินมุ่งการเมืองระดับชาติ-ขอบคุณกพ.

เพิ่มหัวเรื่อง 32

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย และอดีตผู้สมัครสส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน กล่าวถึงการยกเลิกคำสั่งปลดออกจากราชการของตนว่า จากกรณีดังกล่าวผมสามารถเข้ากลับเข้ารับราชการได้อีกแน่นอน แต่จะด้วยวิธีใดก็ยังต้องรอดูอีกที

“จะกลับเข้ารับราชการอย่างไรอันนี้ผมยังไม่มั่นใจ ต้องไปศึกษาข้อกฎหมายก่อน เพราะโดยระเบียบเนื่องจากผมลาออกไปลงสมัครสส.เมื่อ 16 ธันวาคม 68 ก่อนที่จะมีคำสั่งปลดออกมา ทีนี้การจะกลับเข้ารับราชการหลังลงสมัครสส.กลับได้ภายใน 180 วัน ซึ่งขณะนี้เกินแล้ว” นพ.สุภัทร กล่าว และว่า

ยังงงๆ ว่าอาจจะต้องกลับเข้ารับราชการด้วยการสมัครเข้ารับราชการใหม่อีกครั้ง ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น แต่ก็ยังไม่แม่นในข้อกฎหมายต้องศึกษาดูอีกที แต่โดยความตั้งใจนั้นก็ต้องปรึกษากับหลายฝ่ายว่าอยู่จุดไหนที่จะลงตัวและมีประโยชน์มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดสำหรับตน ที่ยืนยันว่าข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในการปลดตนออกจากราชการเป็นสิ่งที่ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม

”ต้องขอบคุณทางกพ.ที่ให้ความเป็นธรรม ขอบคุณกำลังใจจากพี่น้องทุกสารทิศที่เชื่อมั่นในตัวผม ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้คนต่อตัวผมเพิ่มขึ้นด้วย“

นพ.สุภัทร กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ ที่มีมลทิน ก็มีเสียงการกระแนะกระแหนอยู่ประปราย

สำหรับงานราชการที่ช่วยอยู่ คือการร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยทักษิณ ตั้งคณะแพทย์ก็เป็นธงที่ต้องทำให้สำเร็จ ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ยังไม่เสร็จสมบูรณ์

ส่วนงานอื่นๆ ก็คงเป็นงานอาสาสมัคร เนื่องจากตนออกจากราชการแล้ว ก็ช่วยงานกลุ่มต่างๆ อยู่พอสมควร ก็น่าจะทำให้การเข้าไปช่วยมีความลงตัวขึ้น ถ้ามีโอกาสในการประสานความร่วมมือกับภาครัฐ และองค์กรที่เป็นทางการก็น่าจะมีพลังในการระสานงานมากขึ้น จากข้อกล่าวหาและมลทินหมดไป

ด้านการเมืองนพ.สุภัทร กล่าวว่า ยังเป็นสมาชิกพรรคประชาชน ก็ยังเดินหน้ากับพรรคประชาชนต่อไป ในการลงรับสมัครเลือกตั้งอย่างไรก็ว่ากันไปเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับพรรคว่าจะส่งใครลง โดยจังหวัดสงขลา ผู้สมัครทั้ง 9 คนของพรรคยินดีนับหนึ่งใหม่ เพื่อให้พรรคดำเนินการคัดสรรผู้สมัครใหม่ทั้ง 9 คนในครั้งต่อไป หรือพรรคจะเลือกคนเดิมก็ยินดี แต่เราก็ยินดีที่จะมีคนใหม่ที่มีความเหมาะสมกว่า มีความสดใหม่กว่ามาลงเป็นตัวเลือกให้กับประชาชน

“การเมืองท้องถิ่นก็เป็นอีกโจทย์ แต่โดยส่วนตัวคิดว่าเปิดโอกาสให้ผู้สมัครท่านอื่นที่เขามีความสนใจและความสามารถ ผมมองที่การเมืองระดับชาติมากกว่า”

นพ.สุภัทร กล่าวด้วยว่า จากกรณีของตน สำหรับคนที่รับราชการอยู่ แน่นอนว่าการยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องในฐานะข้าราชการเป็นสิ่งจำเป็น เพราะแรงกดดัน แรงกระแทกทางการเมือง ผลประโยชน์ที่เขาเรียกร้องให้เราเอื้อให้นั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงราชการ

“อยากให้ข้าราชการยืนหยัด ถ้าโดนความอยุติธรรมก็ต้องต่อสู้ยืนหยัด ถ้าไม่ยืนหยัด ลู่ตามลมยอมทำตามคำขอที่ไม่ถูกต้อง อนาคตก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกคดีความซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีเลยสำหรับข้าราชการ และไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย กรณีของผมแม้ว่าการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมใช้เวลายาวนาน แต่ก็พอจะชี้ให้เห็นแล้วว่าความเป็นธรรมก็พอจะมีอยู่จริง” นพ.สุภัทร กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *