ร้านค้าหาดใหญ่ขานรับ “ไทยช่วยไทย พลัส” เดลิเวอรี่
วันแรกยังเงียบ คาดประชาชนใช้จ่ายไปมากตั้งแต่ต้นเดือน รอลุ้นยอดคึกคักช่วงมื้อหลักและเดือนถัดไป
วันนี้ (15 มิ.ย. 69) เวลาประมาณ 10.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ผ่านระบบเดลิเวอรี ในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่าผู้ประกอบการร้านอาหารต่างขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และพร้อมเข้าร่วมโครงการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน แม้บรรยากาศการสั่งซื้อในช่วงเช้าวันแรกจะยังไม่คึกคักมากนัก แต่เชื่อว่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในช่วงมื้อหลักและในรอบการรับสิทธิเดือนถัดไป
น.ส.รัตนะ นวกรรมิก เจ้าของร้าน ZIMMER (ซิมเมอร์) ร้านอาหารยุโรปและเครื่องดื่มในอำเภอหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ทางร้านตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทันที เนื่องจากเคยเข้าร่วมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมาแล้วหลายโครงการ และเห็นผลเชิงบวกต่อยอดขายอย่างชัดเจน
น.ส.รัตนะ กล่าวว่า สำหรับบรรยากาศในช่วงเช้าวันแรกของการเปิดใช้สิทธิผ่านระบบเดลิเวอรี ยังถือว่าค่อนข้างเงียบกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะประชาชนจำนวนมากได้ใช้จ่ายผ่านโครงการไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือน ส่งผลให้กำลังซื้อในช่วงกลางเดือนชะลอตัวลงตามปกติ
“วันนี้ยังเป็นช่วงเช้าและอยู่ในช่วงกลางเดือน จึงอาจยังไม่เห็นความคึกคักมากนัก คาดว่าช่วงมื้อเที่ยงและมื้อเย็นจะเริ่มมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น รวมถึงในช่วงวันถัดไปและรอบการรับสิทธิของเดือนหน้า ซึ่งน่าจะมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่านี้” น.ส.รัตนะ กล่าว
ทั้งนี้ ระบบเดลิเวอรีมีความสะดวก รวดเร็ว และรองรับการเข้าร่วมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร้านค้าที่อยู่ในแพลตฟอร์มอยู่แล้วสามารถสมัครเข้าร่วมได้ทันที ช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านแอปพลิเคชัน
ด้าน นายดรุตร์ เส้งสุย เจ้าของร้านเสวนา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กล่าวว่า ทางร้านเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง เนื่องจากช่วยสร้างกำลังซื้อและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังอยู่ในระหว่างการฟื้นตัว
การเปิดให้ใช้สิทธิผ่านระบบเดลิเวอรีในครั้งนี้ ยังช่วยเพิ่มช่องทางเข้าถึงลูกค้าในยุคดิจิทัล และสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหรือส่วนลดจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับร้านค้าอีกทางหนึ่ง
ขณะที่ นายจิรายุ เรืองหนู ไรเดอร์ส่งอาหารในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพรับส่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันมาได้ประมาณ 3 เดือน และเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีหลังมีการเปิดใช้สิทธิโครงการผ่านระบบเดลิเวอรี โดยจำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับวันปกติ
“ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนถึงประมาณ 10.00 น. หรือเพียง 2 ชั่วโมง ผมส่งอาหารให้ลูกค้าไปแล้วประมาณ 15 ออเดอร์ ถือว่ามากกว่าปกติค่อนข้างมาก คาดว่าออเดอร์เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ หลังจากมีโครงการเข้ามาช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย” ไรเดอร์กล่าว
ไรเดอร์รายดังกล่าวยังมองว่า โครงการดังกล่าวส่งผลดีต่อหลายภาคส่วน ไม่เพียงช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านอาหาร แต่ยังช่วยสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ให้บริการรับส่งอาหาร เนื่องจากมีงานวิ่งเพิ่มขึ้นตามจำนวนคำสั่งซื้อที่มากขึ้น ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากที่เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย
ผู้ประกอบการทั้งสองรายยังมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ระยะเวลาดำเนินโครงการประมาณ 4 เดือนมีความเหมาะสม เนื่องจากการทยอยให้วงเงินเป็นรายเดือนช่วยให้ประชาชนสามารถวางแผนการใช้จ่ายได้ต่อเนื่อง แตกต่างจากรูปแบบเดิมที่เป็นการให้เงินก้อนใหญ่ ซึ่งมักเกิดการเร่งใช้สิทธิในช่วงต้นโครงการ ส่งผลให้ยอดขายของร้านค้าไม่สม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ปัจจุบันมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการของภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนและกระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อยในวงกว้างมากขึ้น ไม่กระจุกตัวอยู่เพียงบางพื้นที่ ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคก็เริ่มมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม
ทั้งนี้ แม้บรรยากาศการใช้สิทธิในช่วงเช้าวันแรกจะยังไม่คึกคักมากนัก แต่ผู้ประกอบการเชื่อว่าเมื่อประชาชนเริ่มคุ้นเคยกับระบบมากขึ้น รวมถึงมีการเติมวงเงินในรอบเดือนถัดไป จะทำให้บรรยากาศการใช้จ่ายผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” กลับมาคึกคัก และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดสงขลาได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว







