ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา กล่าวถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล(สท.)และนายกเทศมนตรี ที่จะมีขึ้นในวันที่ 11 พฤษภาคมนี้ว่า ที่ผ่านมาเราเลือกสท.กับนายกฯ ทีมเดียวกันไปทำงาน โดยที่คนหาดใหญ่ หรือเทศบาลอื่น ๆ ก็เลือกในลักษณะเดียวกัน
“ผมว่าคนหาดใหญ่ส่วนใหญ่มีความรู้ มีความเข้าใจเรื่องการเมือง ก็คงคิดว่าจะเลือกเข้าไปจะได้ทำงานได้ง่าย แต่หารู้ไม่ว่าการทำอย่างนี้มันเป็นการทำลายระบบตรวจสอบ มันไม่ถูกต้อง ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาให้เลือกแยกกัน”
หากทุกเทศบาลเลือกนายกฯ กับสท.ยกทีม เป็นฝ่ายเดียวกัน เขาจะทำอะไร ก็ยกมือให้กันง่าย ๆแทนที่จะมีการตรวจสอบกันในเทศบาล
ขณะที่องค์กรตรวจสอบ เช่น ป.ป.ช. ก็เข้าไปทำงานยาก เพราะว่าเอกสารมันถูกปิด ถูกแต่งหมดแล้ว เพราะไม่มีคนตรวจขั้นแรก ถ้าจะทุกอย่างไปที่ป.ป.ช.ช้าก็จะเป็นความเสียหายของท้องถิ่น
ซึ่งขั้นตอนแรกในการตรวจสอบ เป็นอำนาจหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนเทศบาล ในการถ่วงดุลอำนาจฝ่ายบริหาร แต่พอเลือกเข้าไปเป็นทีมเดียวกันก็ไม่มีใครตรวจสอบ ผลที่ตามคือการทุจริตคอร์รัปชั่น
ดังนั้น การเลือกตั้งครั้งนี้ จะต้องร่วมกันรณรงค์ว่าอย่าพึ่งไป “โหวตโน” แต่ทำยังไงก็ได้ให้นายกฯกับสท.คนละทีมกัน ให้เข้าไปตรวจสอบการทำหน้าที่กันเองให้แก่ประชาชน
สำหรับการหาเสียงของทีมผู้สมัครนั้น ดร.ไพโรจน์ มองว่า ไม่ควรไปโจมตีเรื่องส่วนตัวของคู่แข่ง หรือไปพาดพิงกลุ่มคนอื่น จนกลายเป็นความขัดแย้ง แต่ควรที่จะมุ่งนำเสนอนโยบาย และแนวทางการพัฒนาเมือง รวมถึงนำประเด็นความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นข้อเสนอหรือนโยบายในการแก้ปัญหา ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนจะดีกว่า
รณรงค์เลือก‘นายก-สท.’คนละทีม!รองปธ.หอการค้าสงขลาขออย่า“โหวตโน”


