ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ นัดหารือร่วมกับ นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ผู้แทน สส.จุรี นุ่มแก้ว พร้อมด้วยนายศาสตรา ศรีปาน และนายนวมินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ เพื่อบูรณาการแผนรับมืออุทกภัยในพื้นที่ โดยชูแนวคิด “เตรียมพร้อมก่อนน้ำมา” และ “บริหารจัดการเชิงรุก ไม่ใช่รอให้น้ำมาก่อนแล้วค่อยแก้ปัญหา” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับประชาชนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน

รศ.ดร.เสรี เปิดเผยว่า ถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวหาดใหญ่ หลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อนุมัติงบกลางเร่งด่วนกว่า 800 ล้านบาท สำหรับจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยพื้นที่หาดใหญ่และจังหวัดสงขลาได้รับการจัดสรรกว่า 600 ล้านบาท เพื่อนำไปดำเนินโครงการเร่งด่วนของกรมชลประทาน ทั้งการซ่อมแซมประตูระบายน้ำ คันป้องกันน้ำ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และขุดลอกคลอง ซึ่งทุกโครงการต้องแล้วเสร็จภายใน 90 วัน พร้อมรายงานผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ดร.เสรี ระบุว่า งบประมาณเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับมือกับฝนที่คาดว่าจะมากกว่าค่าเฉลี่ยในปีนี้ได้ทั้งหมด เพราะปริมาณน้ำที่ไหลผ่านลุ่มน้ำอู่ตะเภาอาจสูงกว่าศักยภาพของระบบระบายน้ำในปัจจุบัน จึงต้องเปลี่ยนแนวคิดจากการ “รอแก้น้ำท่วม” มาเป็น การบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า โดยให้ความสำคัญกับการพยากรณ์อากาศ การติดตามสถานการณ์แบบใกล้ชิด ระบบแจ้งเตือนภัยที่แม่นยำ แผนอพยพที่ชัดเจน และการเตรียมศูนย์พักพิงให้พร้อมใช้งาน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจและอพยพได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ทุกหน่วยงานในจังหวัดใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการวางแผน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการทุกโครงการ ทั้งแผนเร่งด่วน แผนระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้ข้อเสนอเป็นเอกภาพก่อนผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี ลดปัญหาความเห็นที่ไม่ตรงกันซึ่งทำให้หลายโครงการล่าช้าในอดีต
สำหรับแผนระยะยาว ดร.เสรี ระบุว่า ทุกหน่วยงานได้เสนอแผนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ไว้แล้ว คิดเป็นวงเงินรวมประมาณ 55,000 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการสำคัญ เช่น การขยายคลองเรียน การก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ถนนกาญจนวณิชย์ การพัฒนาแก้มลิง และการก่อสร้างศูนย์พักพิง ซึ่งจะทยอยดำเนินการตามลำดับความจำเป็นและขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านนายณรงค์พร ณ พัทลุง กล่าวว่า เทศบาลนครหาดใหญ่ได้เร่งขุดลอกคูคลอง และเตรียมขุดลอกเพิ่มเติมอีกกว่า 100 กิโลเมตร พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณแก้มลิงภายในเดือนหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ขณะที่โครงการสำคัญของเทศบาล ทั้งอุโมงค์ระบายน้ำ แก้มลิง และศูนย์พักพิง อยู่ในกระบวนการพิจารณาของรัฐบาล ซึ่งหากได้รับการสนับสนุนจะช่วยยกระดับศักยภาพการป้องกันน้ำท่วมของหาดใหญ่ได้ในอนาคต




