


วันที่ 11 สิงหาคม 2568 เวลา 10.30 น. พลตรี วรเดช เดชรักษา รองแม่ทัพภาคที่ 4 / รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พร้อมผู้แทนฝ่ายอำนวยการของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ลงพื้นที่กองบังคับการ หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมช่วยส่วนรวม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เพื่อติดตามการปฏิบัติภารกิจ รับทราบสถานการณ์ และมอบนโยบายการปฏิบัติให้รัดกุม รอบคอบ และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมี พันเอก หาญพล เพชรม่วง ผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พันเอก จตุพร ธานีพัฒน์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 พร้อมผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 , ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 , ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 และกำลังพลร่วมรับทราบนโยบายการปฏิบัติภารกิจ
พลตรี วรเดช ได้ย้ำผู้บังคับการกรมทหารพราน ตลอดจนกำลังพลว่า มีภารกิจหลักในการปฏิบัติการควบคุมพื้นที่บังคับใช้กฎหมาย นำตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ให้นำข้อผิดพลาดปรับเปลี่ยนการปฏิบัติให้รัดกุมยิ่งขึ้น
“ทุกภารกิจต้องรัดกุม ไม่ประมาท รอบคอบ”
ทั้งนำหลักการและทฤษฎีจากผู้บังคับบัญชามอบหมายไปประยุกต์การปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ใช้ความชำนาญในพื้นที่ให้เกิดการปฏิบัติให้แม่นยำเป็นรูปธรรม




ซึ่งกลุ่มขบวนการก่อเหตุความรุนแรงและผู้เห็นต่างจากรัฐที่ไม่ประสงค์เห็นสันติสุข มุ่งสร้างสถานการณ์ลดทอนความเชื่อมั่นเจ้าหน้าที่ต่อเนื่อง กำชับกำลังพลต้องปฏิบัติหน้าที่เต็มขีดความสามารถ
ให้ทั้ง 6 ศูนย์ซักถามของหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดำเนินการทุกขั้นตอน ยึดหลักสิทธิมนุษยชนเคร่งครัด และประสานการทำงานอย่างประสานสอดคล้องใกล้ชิด ทำการขยายผลถึงการเชื่อมโยงผู้อยู่เบื้องหลังของเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและฟื้นฟูสันติสุขในพื้นที่
“สันติสุขนั้นไม่อาจเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงลำพัง เราจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชนคนในพื้นที่ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร่วมเสริมสร้างความมั่นคง ความสงบ และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชายแดนใต้”
โอกาสนี้ พลตรี วรเดช และคณะฯ ได้มอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารหาญ พร้อมกล่าวชื่นชม และขอบคุณกำลังพลทุกนายที่มุ่งมั่น เสียสละปฏิบัติหน้าที่ อย่างสุดกำลังความสามารถ ย้ำพวกเราคือ “ทหารอาชีพ” ย่อมมีความรู้ ความชำนาญในวิชาชีพของตน พร้อมปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ และเป็นที่พึ่งให้กับพี่น้องประชาชนในทุกโอกาส



ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลต้องสงสัยเข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ สามารถแจ้งได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้ง ขอเรียนให้ทราบว่าผู้ให้การสนับสนุนผู้กระทำผิดด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การนำพาซ่อนเร้น การให้การสนับสนุนที่พักพิง หรือการสนับสนุนเสบียงอาหาร จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


