ประกันสังคมเฮ! ปรับสูตรใหม่ “จ่ายมาก-ได้มาก” เริ่มปี 2569

ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ scaled

สำนักงานประกันสังคมเตรียมปรับขึ้นเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ตามรายได้จริง เริ่มปี 2569 โดยปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดเป็น 23,000 บาท ภายในปี 2573 ซึ่งจะทำให้ผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบมากขึ้น แต่ก็ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ประกันสังคมเตรียมปรับสูตรใหม่ “จ่ายมาก-ได้มาก” เริ่มปี 2569
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เตรียมปรับสูตรการคิดเงินสมทบประกันสังคมใหม่แบบ 3 ขั้น โดยอิงตามค่าจ้างจริงของผู้ประกันตน ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบันและสร้างความมั่นคงให้กับกองทุนในระยะยาว การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลให้ผู้ประกันตนที่มีรายได้สูงจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีต่าง ๆ มากขึ้นด้วยเช่นกัน
การปรับเปลี่ยนเป็น 3 ขั้น
การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จะดำเนินการเป็น 3 ขั้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขั้นที่ 1 (ปี 2569)

  • เพดานค่าจ้าง ปรับจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท
  • เงินสมทบสูงสุดต่อเดือน ปรับจาก 750 บาท เป็น 875 บาท
    สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์คลอดบุตร สูงสุด 26,250 บาทต่อครั้ง
  • เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 105,000 บาท
  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุด 8,750 บาทต่อเดือน
  • เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 15 ปี จะได้รับ 3,500 บาทต่อเดือน ส่วนกรณี 25 ปี จะได้รับ 6,125 บาทต่อเดือน
    ขั้นที่ 2 (ปี 2570 – 2572)
  • เพดานค่าจ้าง ปรับเป็น 20,000 บาท
  • เงินสมทบสูงสุดต่อเดือน ปรับเป็น 1,000 บาท
    สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย สูงสุด 10,000 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์คลอดบุตร สูงสุด 30,000 บาทต่อครั้ง
  • เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ สูงสุด 10,000 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 120,000 บาท
  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุด 10,000 บาทต่อเดือน
  • เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 15 ปี จะได้รับ 4,000 บาทต่อเดือน ส่วนกรณี 25 ปี จะได้รับ 7,000 บาทต่อเดือน
    ขั้นที่ 3 (เริ่มปี 2573 เป็นต้นไป)
  • เพดานค่าจ้าง ปรับเป็น 23,000 บาท
  • เงินสมทบสูงสุดต่อเดือน ปรับเป็น 1,150 บาท
    สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น
  • เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย สูงสุด 11,500 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์คลอดบุตร สูงสุด 34,500 บาทต่อครั้ง
  • เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ สูงสุด 11,500 บาทต่อเดือน
  • เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต 120,000 บาท
  • เงินทดแทนกรณีว่างงาน สูงสุด 11,500 บาทต่อเดือน
  • เงินบำนาญ กรณีส่งเงินสมทบ 15 ปี จะได้รับ 4,600 บาทต่อเดือน ส่วนกรณี 25 ปี จะได้รับ 8,050 บาทต่อเดือน
    เหตุผลในการปรับเปลี่ยน
    การปรับเปลี่ยนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ:
  • เพิ่มสิทธิประโยชน์ ให้ครอบคลุมและเพียงพอต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้นในปัจจุบัน
  • สร้างความเท่าเทียม ด้วยการกระจายรายได้จากผู้มีรายได้สูงไปสู่ผู้มีรายได้น้อย
  • สร้างความมั่นคงระยะยาว ให้กองทุนไม่ขาดดุล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมผู้สูงอายุ
    การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกันตนบางส่วนต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้นเป็นการตอบแทน ผู้ประกันตนจึงควรศึกษาข้อมูลและวางแผนการเงินให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *