“นิพนธ์” ต่อยอดความร่วมมือไทย-จีน นำนักลงทุนจีนสำรวจนิคมอุตสาหกรรมสงขลา เล็งตั้งฐานผลิตโดรน-หุ่นยนต์ ดันสะเดาสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพื่อการส่งออก
วันนี้ (29 ตุลาคม 2569) นายนิพนธ์ บุญญามณี อุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะนักลงทุนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นำโดย Mr. Jin Yunqiang ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีและเจ้าของบริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Co., Ltd. ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) หุ่นยนต์ ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉิน ลงพื้นที่สำรวจศักยภาพและความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมสงขลา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายหรือย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย โดยมุ่งใช้พื้นที่อำเภอสะเดาเป็นฐานการผลิตและส่งออกสินค้าเทคโนโลยีไปยังตลาดต่างประเทศ


การลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากการที่นายนิพนธ์ได้นำคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากกองทัพบกและภาคเอกชน เดินทางเยือนนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อศึกษาเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม การสื่อสาร และการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเยี่ยมชมบริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Co., Ltd. ตามคำเชิญของ Mr. Jin Yunqiang ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและโอกาสการลงทุนระหว่างสองประเทศ ก่อนพัฒนามาสู่การเดินทางสำรวจพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสงขลาครั้งนี้
สำหรับ บริษัท Yunnan Hudian Emergency Equipment Manufacturing Co., Ltd. เป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยี อาทิ โดรนสำหรับภารกิจต่าง ๆ หุ่นยนต์กู้ภัย ระบบสื่อสารฉุกเฉิน และอุปกรณ์สนับสนุนการช่วยเหลือในสถานการณ์ภัยพิบัติ โดย Mr. Jin Yunqiang ได้แสดงความสนใจศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีและสายการผลิตบางส่วนเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสาร หุ่นยนต์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสะอาดที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในภูมิภาคอาเซียนและตลาดต่างประเทศ


การลงพื้นที่ครั้งนี้ มีนายนิรันดร์ สุเจตวงศ์ นายกเทศมนตรีตำบลสำนักขาม พร้อมด้วย นายบัณฑูร อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดา นายพิพัฒน์ หนูทอง ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสงขลา (นิคมอุตสาหกรรมสะเดา) นายณัชชกิตติ์ พูลสวัสดิ์ ปลัดอำเภอเจ้าพนักงานปกครอง ชำนาญการอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูลและอธิบายถึงความพร้อมของพื้นที่ ทั้งด้านที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค โครงข่ายคมนาคม การผ่านแดน การขนส่งสินค้า และสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะนักลงทุน
ทั้งนี้ นิคมอุตสาหกรรมสงขลา ตั้งอยู่ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา มีพื้นที่รองรับกิจกรรมอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ รวมถึงมีระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุน จึงถือเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูดผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกิจการที่ต้องการใช้ประเทศไทยเป็นฐานประกอบสินค้าและเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค
นายนิพนธ์ กล่าวถึงถึงข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ของอำเภอสะเดา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนสำคัญของภาคใต้ มีความใกล้ชิดกับด่านศุลกากรสะเดาและประเทศมาเลเซีย สามารถเชื่อมโยงเส้นทางการค้าสู่ปีนังได้ในระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากท่าเรือน้ำลึกสงขลาประมาณ 100 กิโลเมตร และห่างจากสถานีรถไฟปาดังเบซาร์ประมาณ 20กิโลเมตร ซึ่งเป็นระบบรางที่สามารถเชื่อมถึงท่าเรือน้ำลึกบัตเตอร์เวิดส์ ปีนัง ทำให้มีความได้เปรียบด้านต้นทุนและความสะดวกในการขนส่งสินค้าทั้งทางราง ทางบกและทางทะเล
จุดแข็งดังกล่าวจะช่วยให้นักลงทุนสามารถใช้จังหวัดสงขลาเป็นฐานการผลิต ประกอบ และกระจายสินค้าไปยังมาเลเซีย สิงคโปร์ ตลอดจนตลาดอาเซียนและตลาดโลก โดยอาศัยโครงข่ายคมนาคมและโลจิสติกส์ที่มีอยู่แล้วในพื้นที่
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่มีการหารือ คือ การศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้สิทธิประโยชน์ของเขตปลอดอากร (Free Zone) หรือรูปแบบการส่งเสริมการลงทุนที่เหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเข้าชิ้นส่วนและวัตถุดิบสำหรับการผลิตหรือประกอบสินค้า ก่อนส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ภายใต้หลักเกณฑ์ของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ทั้งยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย (Local Content) การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิต ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมใหม่
“จังหวัดสงขลามีศักยภาพที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นฐานอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร อิเล็กทรอนิกส์ และอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายของโครงสร้างเศรษฐกิจภาคใต้ จากฐานเศรษฐกิจเดิมด้านการค้า เกษตรกรรม และโลจิสติกส์ ไปสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น” นายนิพนธ์ กล่าว และว่า
การนำนักลงทุนจีนลงพื้นที่ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการต่อยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-จีน จากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีไปสู่การแสวงหาโอกาสลงทุนที่เป็นรูปธรรม โดยในระยะต่อไปจะต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ รูปแบบการลงทุน สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขด้านกฎหมาย เพื่อผลักดันให้เกิดการลงทุนจริง อันจะนำไปสู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันของจังหวัดสงขลาและภาคใต้ในอนาคต


