“ตอนนี้ได้หนังสือถึงมือท่านอธิการบดี ม…แล้วค่ะ หัวหน้านิติการแจ้งให้รอการติดต่อกลับ ยังรอการติดต่ออยู่ค่ะ”
น.ส.รินทร์ลภัส ผู้ปกครองเยาวชนจากจังหวัดชลบุรี ที่มาร้องเรียนผ่าน “สงขลาโฟกัส” หลังเชื่อว่าถูกบริษัท เสี่ยวมี่ … ซื่งตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา รับเงินเพื่อจัดส่งบุตรไปศึกษาต่อที่เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามที่ตกลงกันไว้ และไม่คืนเงินตามกำหนด ซึ่งได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว
น.ส.รินทร์ลภัส เผยว่า ได้พบโฆษณารับสมัครนักเรียนไปศึกษาต่อประเทศจีนผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ Twenty….. ก่อนติดต่อพูดคุยกับผู้ดำเนินการบริษัท จนเกิดความเชื่อมั่นและตัดสินใจส่งบุตรสาวไปเรียนต่อ
โดยก่อนโอนเงินได้ตรวจสอบข้อมูลบริษัทจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่ามีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีกรรมการและผู้ถือหุ้นรวม 3 คน เป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน โดยหนึ่งในผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นมารดาทราบว่าอาชีพเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดสงขลา อีกทั้ง ยังมีบ้านเช่าที่ใช้เป็นที่ตั้งบริษัท

ขณะที่ผู้ดำเนินการ หรือเจ้าของบริษัทเคยได้รับทุนไปศึกษาที่เมืองฮาร์บิน และมีการนำเสนอข้อมูลว่าเป็นผู้ได้รับทุนทางการศึกษาจีน รวมถึงมีครูอาจารย์ให้การรับรองความน่าเชื่อถือ
ซึ่งทางเพจของบริษัทฯ ยังมีการเผยแพร่ภาพกิจกรรมการดูแลนักเรียนและการเดินทางไปประเทศจีนอย่างต่อเนื่องมากกว่าหนึ่งปี จึงทำให้ตัดสินใจโอนเงิน
น.ส.รินทร์ลภัส กล่าวต่อว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 บริษัทฯ ได้เสนอโปรโมชันให้ชำระเงินมัดจำ 10,000 บาท และในเดือนตุลาคม 2568 ได้แจ้งให้ชำระเงินเต็มจำนวน 83,830 บาท โดยอ้างว่าเป็นค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัย Harbin Engineering University

หลังจากนั้น การติดต่อเริ่มมีปัญหา โดยบริษัทอ้างว่ากำลังพากลุ่มนักเรียนและอาจารย์ไปดูงานที่ประเทศจีน ซึ่งมีการโพสต์ภาพกิจกรรมบนเพจจริง ทำให้ผู้เสียหายยังคงเชื่อมั่น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดดำเนินการทำวีซ่าในเดือนธันวาคม 2568 ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อบริษัทได้ จึงสอบถามผ่านกลุ่มไลน์ที่บริษัทจัดตั้งขึ้น โดยมีผู้ดำเนินการและบุคคลในครอบครัวเป็นผู้ดูแลก่อนจะได้รับแจ้งให้เลื่อนการทำวีซ่าเป็นเดือนมกราคม 2569 พร้อมยืนยันว่า หากไม่สามารถดำเนินการได้ภายในวันที่ 15 มกราคม 2569 บริษัทจะคืนเงินเต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข
ต่อมาเมื่อถึงกำหนดดังกล่าว บริษัทแจ้งว่า ประสบปัญหาทางการเงินและไม่สามารถคืนเงินได้ในขณะนี้
“ได้พยายามติดต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นมารดาของผู้ดำเนินการ แต่ได้รับการปฏิเสธความรับผิดชอบเช่นกัน” น.ส.รินทร์ลภัส กล่าว และว่า
จึงตัดสินใจทำหนังสือร้องเรียนถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยที่เขาทำงานอยู่
อีกทั้ง ภายหลังทราบว่ามีผู้ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย จึงเป็นกังวลมากขึ้น

ปัจจุบัน ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความและขออายัดบัญชีที่ใช้รับโอนเงิน แต่พบว่ามียอดเงินคงเหลือเพียงเล็กน้อย พร้อมแสดงความกังวลว่ากระบวนการสอบสวนอาจใช้เวลานาน ส่งผลกระทบต่อโอกาสทางการศึกษาของบุตร จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อคุ้มครองผู้เสียหายและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
“สงขลาโฟกัส” ได้โทรศัพท์ไปถึงบริษัทฯ ตามเบอร์โทรที่ได้รับจากน.ส.รินทร์ลภัส เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง แต่ติดต่อไม่ได้ จึงได้ไปดูที่เพจ ซึ่งน.ส.รินทร์ลภัสอ้างถึง พบการเคลื่อนไหวของเพจครั้งสุดท้ายเมื่อ 21 ต.ค 2568 ที่มีการเชิญชวนผู้สนใจไปเรียนภาษาจีน และท่องเที่ยวเมือง Harbin ซึ่งการไปแต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 39,999 ขึ้นไป


