ขอชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีโครงการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ในนามของประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมของ กกร.สงขลา
จากกระแสที่มีข้อสงสัยว่า เหตุใดโครงการของเทศบาลนครหาดใหญ่จึงไม่ได้อยู่ในชุดข้อเสนอเร่งด่วนของ กกร.สงขลา จนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ผมขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงตามลำดับเหตุการณ์ ดังนี้
ก่อนอื่น ต้องเรียนว่า กกร.สงขลา ไม่มีอำนาจจัดสรรงบประมาณ และไม่มีอำนาจเลือกว่าจะให้หน่วยงานใดได้รับงบประมาณ หน้าที่ของ กกร.สงขลา คือรวบรวมโครงการจากหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ แล้วผลักดันผ่านเวที กรอ.จังหวัด และรัฐบาล เพื่อให้ได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุด
วันที่ 29 มิถุนายน 2569 ในการแถลงข่าวของ กกร.สงขลา ชุดข้อเสนอเร่งด่วนยังมี โครงการขุดลอกคูและดูดโคลนของเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมอยู่ด้วย
ต่อมา ก่อนการประชุมกับท่านรองนายกรัฐมนตรี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 กกร.สงขลา ได้ประสานยืนยันข้อมูลกับทุกหน่วยงานเจ้าของโครงการตามขั้นตอน โดยได้รับแจ้งจากผู้แทนของเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเข้าร่วมประชุมด้านการป้องกันน้ำท่วมกับจังหวัดเป็นประจำว่า เทศบาลจะดำเนินโครงการดังกล่าวด้วยงบประมาณของเทศบาลเอง เป็นงบสะสม เนื่องจากเกรงว่ารองบกลางตรงนี้แล้วจะมาไม่ทัน จึงใช้งบของสะสมเทศบาลแทน จึงไม่จำเป็นต้องเสนอผ่านช่องทางงบประมาณชุดนี้
เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าว กกร.สงขลา จึงปรับชุดข้อเสนอตามข้อมูลที่ได้รับ เพื่อให้วงเงินที่สามารถผลักดันได้ถูกใช้กับโครงการเร่งด่วนลำดับถัดไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ต่อมาในวันที่ 7 กรกฎาคม กกร.สงขลา ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้บริหารเทศบาลนครหาดใหญ่ว่า ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ และยังมีความจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนในส่วนการขุดลอกคูและดูดโคลนในพื้นที่เขตเทศบาล ทันทีที่ได้รับข้อมูลดังกล่าว กกร.สงขลา ได้พยายามทำข้อเสนอเพิ่มเติมไปเพื่อใช้ในการประชุม แต่ที่ประชุมไม่ได้อนุญาตให้มาเพิ่มประเด็นกระทันหันแบบนี้ จึงใช้วิธีนำประเด็นนี้เสนอเพิ่มเติมต่อที่ประชุมคณะกรรมการภาครัฐและเอกชน (กรอ.) วาระพิเศษ เพื่อให้รัฐบาลรับทราบถึงความจำเป็นของพื้นที่ พร้อมเสนอให้พิจารณาโครงการของเทศบาลนครหาดใหญ่เพิ่มเติม รวมถึงโครงการเตรียมความพร้อมและฟื้นฟูเมือง วงเงิน 447.433 ล้านบาท อาทิ การปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน และการจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อการฟื้นฟูเมือง ตามที่เทศบาลนครหาดใหญ่เคยทำแผนเสนอไว้ แต่รอการจัดสรรงบประมาณ
ผลการประชุม นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใย พร้อมเน้นย้ำว่า การลงทุนเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ มีความคุ้มค่าและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่าการเยียวยาภายหลัง และได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาแผนงานและกรอบงบประมาณให้สอดคล้องกับข้อเสนอของ กรอ.จังหวัดสงขลา เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สุดท้ายนี้ ผมขอยืนยันว่า กกร.สงขลา หอการค้าสงขลา และภาคเอกชน ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับงบประมาณของหน่วยงานใด พวกเราทำหน้าที่เพียงเป็นผู้ประสาน รวบรวมข้อเสนอ และผลักดันให้ทุกหน่วยงานที่มีความจำเป็นได้รับการสนับสนุนอย่างรวดเร็วที่สุด
สิ่งที่พวกเราต้องการ ไม่ใช่การหาว่าใครผิดหรือใครถูก แต่คือการทำให้ทุกภาคส่วนร่วมกันเตรียมความพร้อมก่อนฤดูฝน เพื่อไม่ให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำอีก




