‘ฮาริ’รับรางวัลช่อดาวลดา’67 สืบเจตนา“ปาน”ให้กำลังใจนักพัฒนา

IMG 3576

กป.อพช.ใต้ มอบรางวัล “ช่อดาวลดา” ปี 67 สืบเจตนา “ทัศนีย์ รุ่งเรือง” สร้างกำลังใจคนทำงานพัฒนาชุมชน“สมบูรณ์” ชี้ “ฮาริ” โดดเด่นในฐานะนักสื่อสารองค์กร ทั้งปัญหาที่ดิน ป่าไม้ ทะเล

6 เมษายน 2568 ในงานสมัชชาคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) มีกิจกรรมมอบรางวัล “ช่อดาวลดา” ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้คนทำงานพัฒนาฯ เป็นประจำทุกปี โดยปีนี้ได้แก่ “ฮาริ” หรือ นางสาวบัณฑิตา อย่างดี นายสมบูรณ์คำแหง ประธานกป.อพช. กล่าวว่า การทำหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณารางวัลในปีนี้ มีความยากลำบากไม่ต่างกับปีอื่นๆ ทุกๆ คนที่ได้รับการเสนอชื่อ ล้วนควรค่าควรได้รับการเคารพยกย่องจากเพื่อนมิตรอย่างยิ่ง เช่นเดียวกัน ดังนั้น การตัดสินใจของแต่ละปี นอกจากจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลอันเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งรางวัลนี้ขึ้นแล้ว กรรมการใช้เวลาค่อนข้างมากในการหารือกัน 

“รางวัลเล็ก ๆ นี้ เราหวังเป็นการให้กำลังใจ และยืนยันถึงความดีงามของพวกเรานักพัฒนาเอกชนภาคใต้ ที่ขับเคลื่อนงานทางสังคมที่แตกต่างหลากหลายในมิติต่างๆ  เป็นการรำลึกถึง “ปาน” หรือ นางสาวทัศนีย์ รุ่งเรือง ผู้เป็นเพื่อนเป็นน้อง และเป็นพี่ อันเป็นที่รักของพวกเราในแวดวงนักพัฒนาภาคใต้ และในภาคอื่นๆ ด้วยความงดงามในจริยวัตรในการใช้ชีวิตและการทำงานเพื่อสังคมในตลอดช่วงชีวิตของเธอ” นายสมบูรณ์ กล่าว และว่าบุคคลที่ได้รับการเลือกให้ได้ช่อดาวลดาในปีนี้ เป็นบุคคลที่พวกเรารู้จักเป็นอย่างดี แลไม่มีใครปฏิเสธถึงความตั้งใจมุ่งมั่นการทำงานในบทบาทของนักพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ช่วงหลายปีที่ผ่านมา 

ซึ่งมีความสามารถในการสื่อสารและการผลิตสื่ออย่างง่าย สามารถสะท้อนปัญหาความทุกข์ร้อนของชาวบ้านในประเด็นต่างๆ ที่เธอได้มีส่วนเข้าไปรับรู้และรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้านป่าไม้ที่ดิน ด้านการประมง หรือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐและเอกชน ผ่านการเขียนข่าว บทความ ทำคลิป ผลิตข่าวพลเมืองเพื่อส่งสำนักข่าวสาธารณะ ร่วมถึงการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ต่างๆ จนทำให้ประเด็นปัญหาเหล่านั้นเป็นที่รับรู้ต่อสาธารณะและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาหรือคลี่คลายได้ในหลายกรณี

ขณะที่ นางสาวบัณฑิตา เล่าว่า ริเป็นคนจังหวัดตรัง เติบโตที่เกาะสุกร อำเภอปะเหลียน ทุกวันนี้พื้นที่ยังมีการทำนาปลอดสารพิษ ปลูกแตงโม การทำประมง มีความมั่นคงทางอาหารและสวยงามเรียนที่เมืองตรัง ผูกพันกับครู 2 ท่านคือ อ.สมเจตนา มุนีโมนัย กับ อ.เปลื้อง คงแก้ว ที่มีอิทธิพลกับความคิดมากที่สุด ทำให้สนใจงานพัฒนาสังคม มีโอกาสพบกับคนทำงานเอ็นจีโอเกิดความประทับใจเริ่มจาก อ.สมเจตนา ให้ทำรายงาน ชื่อ สกุล ความเป็นมาของเราชุมชนของเรามีอะไร ให้รู้จักรากเหง้า ภูมิใจในชุมชน ขณะที่ อ.เปลื้อง ให้ทำเรื่องสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม เหตุการณ์เดือนตุลาในอดีต การพัฒนาสังคม ก็ปลูกฝังให้รักสิ่งเหล่านี้ เป็นต้นแบบ เข้าเรียนมหาวิทยาลัย เอกภาษาไทย โทนิเทศศาสตร์ การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลง และฝึกงานพัฒนากับชาวปะกากญอ และงานหนังสือพิมพ์ เพราะชอบการเขียน และไปทำเวบไซด์ ที่จ.ตราดทำงานเอ็นจีโอ 21 ปี โดยเริ่มสมัครงานเอ็นจีโอครั้งแรกที่จ.สระแก้ว แล้วกลับมาทำงานหนังสือพิมพ์ที่จ.ตรัง แต่ก็ไม่ตรงกับความตั้งใจ 

“จุดเปลี่ยนสำคัญคือ การเจอกับพี่คนหนึ่งที่เปิดร้านหนังสือ ก็มาช่วยงานเขาทำข้อมูลเกี่ยวกับภาคใต้ 14 จังหวัด พบปัญหามากมาย ทั้งเรื่องประมง ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ” ริ กล่าว และว่าสมัยนั้น ตรังเป็นที่รวมของพี่ๆ เอ็นจีโอที่ทำงานแต่ละเรื่อง เป็นช่วงที่ประทับใจและอบอุ่นมาก เมื่อมีการรณรงค์เรื่องอะไรก็จะมาช่วยกัน เป็นสิ่งสวยงาม อยากให้น้องๆ ที่มาทำงานได้เห็นความเป็นมา เมื่อมีงานสมัชชา ก็เดินทางมาพบเจอกันปีละครั้ง ได้ถามไถ่กัน นักต่อสู้เราไม่โดดเดี่ยว นี่เป็นสิ่งสำคัญ

“ช่วงเริ่มงานได้ถูกสอนว่าการทำงานพัฒนาฯอย่าใช้อัตตาของเราเป็นใหญ่ เพราะชุมชนก็มีอัตตาของเขา เราต้องให้ความสำคัญ” ช่วงที่สอง ระยะ 7 ปี ไปทำงานเรื่องที่ดินของพี่น้องแถบเทือกเขาบรรทัด อยู่กับชุมชน ชาวบ้านถูกคดีความจำนวนมาก ชุมนุมเรียกร้องกันบ่อยมากในช่วง 2 ปีแรก ได้บทเรียนว่าปัญหาแก้ไขได้ต้องปฏิรูปที่ดิน เพื่อให้เกิดโฉนดชุมชน ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ธนาคารที่ดิน และกองทุนยุติธรรม ก็สำเร็จได้มาหนึ่งเรื่องคือ กองทุนยุติธรรม ที่ใช้ทั่วประเทศริ กล่าวต่อว่า เรื่องภาษีอัตราก้าวหน้ายากที่สุด 

ประเทศเรามีคน 15 ล้านคน ไม่มีที่ดินของตัวเองและอยู่ในที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ในขณะที่คนครอบครัวเดียวมีเอกสารสิทธิ์ถึง 6 แสนไร่ คน 10% ถือครองที่ดิน 90% ของประเทศ 

“สะท้อนความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมที่ชัดเจน เราทำงานกับพี่น้องทำอย่างไรให้สังคมดีขึ้นกว่านี้”เจ็ดปีต่อมา มาร่วมทำเรื่องปัญหาอุตสาหกรรมภาคใต้รุนแรงที่ จ.ตรัง เรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหิน เรื่องคลองไทย ทำเรื่องสภาประชาชน ภาคประชาสังคม เครือข่ายมองกันว่า การเคลื่อนไหวแต่ในขบวนเอ็นจีโอไม่เพียงพอ ก็มีการตั้งสภาประชาชนภาคใต้ขึ้นมา ในขณะที่เรื่องการปฏิรูปที่ดินก็ยังทำ ปี 2555 กลไกต่างๆ ที่เราคุยกับรัฐบาล สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ใช้ไม่ได้ผล เกิดปฏิบัติการร่วมกับชาวบ้านเพื่อป้องกันชุมชน ถ่ายรูปและวิดีโอเพื่อนำเสนอ

ความไม่เป็นธรรมที่ภาครัฐทำกับชาวบ้าน และร่วมกับสื่อมวลชนออกสื่อทีวี ฝ่ายค้านเอาคลิปไปนำเสนอในสภาผู้แทนราษฎร นโยบายที่ไม่เป็นธรรมเรื่องที่ดินและป่าไม้ก็ยุติ แต่หลายปัญหาที่ชาวบ้านถูกกล่าวหาเรื่องที่ดินก็ยังเกิดขึ้นหลายพื้นที่ ยุคคสช. เช่น ที่กระบี่ ถูกกรมอุทยานประกาศทับที่ ทั้งๆ เขาอยู่มานานก่อนประกาศ ถูกโค่นต้นยางถูดยึดที่ทั้หมู่บ้านหลายร้อยไร่ มียายคนหนึ่งชื่อ ยายเรียง อายุ 70 ปี ไม่ยอมแพ้ก็มาหาเรา ทำข้อมูลเจรจาพิสูจน์หลักฐานกันจนภาครัฐยอมเสียค่าชดเชยให้ แต่ไม่ยอมรับผิด จัดพื้นที่ให้อยู่ใหม่ 

“นี่เป็นสิ่งสำคัญที่จะบอกว่า หากชุมชนไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้ เรียกร้องสิทธิความถูกต้องก็อาจต้องสูญเสีย เนื่องจากนโยบายได้กำหนดมาแล้วว่าจะยึดพื้นที่ชาวบ้าน ยิ่งในเรื่อง พ.ร.บ. SEC (Southern Economic Corridor หรือระเบียบเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้) และการสร้างแลนด์บริจด์ ชุมพร-ระนอง ยิ่งเห็นชัดมากว่าจะนำไปให้กับต่างชาติทำประโยชน์”สามปีต่อมา ถูกชวนมาทำงาน สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการของสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส เป็นรองประธานสภาฯ เพื่อให้ผูกโยงและให้ความสำคัญกับประชาชนแก้ปัญหาประชาชน ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชุมชนเพื่อสื่อสารหมดวาระ ก็กลับมาร่วมกันทำข้อมูลประวัติชุมชนพะโต๊ะ จ.ชุมพร และระนอง ที่มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ 

ซึ่งไม่ควรยิ่งที่จะให้ต่างชาติเข้ามาเอาประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนที่รัฐกำลังพยายามทำเรื่อง SEC ซึ่งจะกระทบมาถึงภาคใต้ทั้งหมด โครงการขนาดใหญ่อื่นๆ ที่กระทบประชาชน ก็จะฟื้นกลับมา ซึ่งขณะนี้มีหลายๆ องค์กรร่วมปกป้อง

นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย กล่าวว่า “ช่อดาวลดา” เป็นรางวัลที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงปาน หรือทัศนีย์ รุ่งเรือง อดีตนักพัฒนาเอกชนภาคใต้ที่ล่วงลับ เมื่อปี 2549  มอบให้กับนักพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอที่ทำงานในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานเพื่อสังคม บนแบบอย่างที่ปานได้สร้างไว้ โดยจะมีการประกาศและมอบรางวัลกันทุกปี “พี่ได้รับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่นปี 2556  จึงเอาเงินรางวัลที่ได้มาตั้งให้เป็นกองทุนก้อนแรกจากนั้นก็เพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ให้คนไม่ลืมปาน และได้ฟังบทเรียนประสบการณ์ของคนทำงานซึ่งดีมากๆ ผ่านมาแล้ว19 คน โดย “บังแกน” สมบูรณ์ คำแหง คือ คนแรกที่ได้รางวัลนี้” นายบรรจง กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *