สงขลา ประเทศไทย วันที่ 26 เมษายน 2568 สถานกงสุลมาเลเซียประจำปีสงขลาจัดงานเลี้ยง (Open House) โดยภายในงานมีการเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองของมาเลเซียและสร้างความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่ผู้เข้าร่วมงาน โดยสถานกงสุลมาเลเซียประจำปีสงขลาได้เชิญ คุณอัยดา อูเจ๊ะ (Ms. Aida Oujeh) นายกสมาคมการค้าการท่องเที่ยวฮาลาลไทย-อาเซี่ยน เข้าร่วมงาน (Open House)



โอกาศนี้กงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา นายอาหมัด ฟาฮมี อาหมัด ซาร์กาวี (Mr.Ahmad Fahmi Ahmad Sarkawi) ให้ สัมภาษณ์พิเศษสงขลาโฟกัส(Songkhla Focus) โดยเรียกร้องให้การสนับสนุนและร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสถานกงสุลมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน

นายอาหมัด (Mr. Ahmad Fahmi Ahmad Sarkawi)เน้นย้ำถึงพันธกิจของสถานกงสุลในการดูแลสวัสดิภาพของชาวมาเลเซียในประเทศไทย รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ประสบปัญหา โดยกล่าวว่า การมีอยู่ของสถานกงสุลมาเลเซียในสงขลานั้น มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นของไทย รวมถึงประชาชนไทยด้วย
“พันธกิจของเราคือการช่วยเหลือชาวมาเลเซียที่ประสบปัญหาในประเทศไทย รวมถึงสร้างความสัมพันธ์อันดีร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทยและประชาชนในพื้นที่ ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีหกเดือนที่ผมปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ผมได้รับความร่วมมือที่ดีมากจากฝ่ายไทย โดยเฉพาะในการดำเนินการเกี่ยวกับการส่งศพชาวมาเลเซียกลับประเทศ ซึ่งเป็นไปอย่างราบรื่นและมีระเบียบเรียบร้อย” นายอาหมัดกล่าว
สร้างความร่วมมือการค้า-ท่องเที่ยวทวิภาคี
นายอาหมัด (Mr. Ahmad Fahmi Ahmad Sarkawi)ยังกล่าวถึงนโยบายของมาเลเซียที่มีต่อประเทศไทยว่า เป็นไปในทิศทางของมิตรภาพและความร่วมมือซึ่งเอื้อประโยชน์ร่วมกัน โดยมาเลเซียให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย อาทิ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส โดยเฉพาะความร่วมมือกับรัฐที่อยู่ติดชายแดนของมาเลเซีย เช่น กลันตัน เประ ปะลิส และเคดะห์
“ขณะนี้เรากำลังวางแผนโครงการความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศ” นายอาหมัดกล่าว
ในด้านการท่องเที่ยว มาเลเซียและไทยได้ร่วมมือกันในการส่งเสริมจุดหมายปลายทางในทั้งสองประเทศ โดยมีแนวคิดให้จัดทำแพ็คเกจท่องเที่ยวที่รวมสองประเทศไว้ด้วยกัน
“เราต้องการให้เกิดแพ็คเกจท่องเที่ยวแบบครบวงจร เช่น นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวมาเลเซีย 3-4 วัน จากนั้นต่อไปเที่ยวที่ประเทศไทยอีก 3-4 วัน หรือในทางกลับกัน ทั้งสองประเทศมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถเสริมกันได้ เราจึงเน้นการร่วมมือมากกว่าการแข่งขัน” นายอาหมัดกล่าว และว่า
ประเทศไทยถือเป็นพันธมิตรสำคัญของมาเลเซียในกลุ่มอาเซียน และทั้งสองประเทศควรแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ด้านการค้าและธุรกิจร่วมกัน
“ผมหวังว่าการค้าระหว่างมาเลเซียและไทยจะเติบโตและเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นในแต่ละปี อินชาอัลลอฮ์”


