‘วชช.สงขลา’นำผู้เลี้ยงผึ้งปัตตานี เรียนรู้ผลสำเร็จ“ชันโรง”สวนลุงใหญ่

IMG 4145

วชช.สงขลา ต้อนรับวชช.ปัตตานี นำสมาชิกชุมชนยะหริ่ง แลกเปลี่ยนองค์ความรู้การเลี้ยงชันโรง  ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนลุงใหญ่ พร้อมให้คำปรึกษาการดำเนินงานประสบความสำเร็จ

19 พฤษภาคม 2568 วิทยาลัยชุมชนสงขลา นำโดย อาจารย์ศุภมาส อยู่อริยะ รองผู้อำนวยการวชช.สงขลา ครูชำนาญการพิเศษ ผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาทักษะอาชีพในเขตเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา และ อาจารย์พิพัฒน์พงษ์ หงษ์สัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการฯ ให้การต้อนรับคณะจากวิทยาลัยชุมชนปัตตานี  โดยได้นำสมาชิกในชุมชนอำเภอยะหริ่ง กลุ่มผู้เลี้ยงชันโรง เข้าศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การเลี้ยงชันโรง ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนลุงใหญ่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา

ในการนี้ ได้มีการนำเสนอผลการดำเนินงานพัฒนากลุ่ม และมีการบรรยายให้ความรู้กระบวนการเลี้ยงผึ้งชันโรง การดูแลและการขยายพันธุ์ผึ้งชันโรง รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรง โดย นายปริญญา บุรีรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การบริหารจัดการพื้นที่การเกษตร และการบริหารจัดการกลุ่ม เพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้ชุมชนได้นำความรู้ไปต่อยอดและพัฒนากลุ่มต่อไป

อาจารย์ศุภมาส กล่าวว่า วชช.ปัตตานีมีความประสงค์นำสมาชิกชุมชนเข้ามาดูงานการเลี้ยงชันโรงที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนลุงใหญ่ เนื่องจากเขามีกลุ่มที่เริ่มเลี้ยงชันโรงที่ต้องการมาศึกษาการดำเนินงานของวชช.สงขลา ในการส่งเสริมการเลี้ยงชันโรง และติดต่อมา เราจึงนำสมาชิกกลุ่มจากอำเภอยะหริ่งที่มา 20 คน ซึ่งอยู่ในการดูแลของวชช.ปัตตานี ไปดูงานที่สวนลุงใหญ่ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการเลี้ยงชันโรง ปัญหาและวิธีแก้ไขในการดำงาน  “ดิฉันพร้อมกับอาจารย์พิพัฒน์พงศ์ ได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับกลุ่มสมาชิกในการเริ่มต้นดำเนินงานของวชช.สงขลาในการส่งเสริมชุมชนการ

เลี้ยงชันโรงให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเขาเองได้เริ่มไปบ้างแล้ว” อาจารย์ศุภมาส กล่าว และว่าการดำเนินของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯสวนลุงใหญ่ที่เราลงไปดำเนินการ จะเห็นได้ว่ามีการจัดการพื้นที่เกษตรอย่างดี ซึ่งแหล่งอาหารของชันโรง ที่กลุ่มของปัตตานีมีปัญหาเรื่องนี้ เช่น ชันโรงไม่เข้ารัง การให้ผลผลิตน้อย เขาก็ได้มาเห็นว่าที่นี่มีการจัดการอย่างไรที่ให้ผลผลิตน้ำผึ้งชันโรงที่ปริมาณมาก

“เราก็บอกเขาว่าในการเลี้ยงชันโรงของเรา จุดประสงค์หลักต้องการให้ชันโรงช่วยเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร เรื่องการจัดการพื้นที่ เขาก็จะกลับไปทำในเรื่องการเกษตร แหล่งอาหารของชันโรง เรื่องสุขาภิบาล เมื่อได้ผลผลิตมากขึ้น ก็จะต้องมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ การตลาด รวมทั้งการบริหารจัดการกลุ่ม” อาจารย์ศุภมาสกล่าวต่อว่า ในการเลี้ยงชันโรงโดยพื้นฐานเป็นการทำการเกษตรกรรม เมื่อดำเนินการเลี้ยงชันโรงขึ้นมาก็จะให้ผล 2 ส่วนคือ หนึ่ง ชันโรงจะช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร สอง การได้ผลผลิตน้ำผึ้งชันโรงเพื่อจำหน่าย และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากชันโรงเช่น พรอบโพลิส ฯลฯจากการสอบถามสมาชิกที่เข้ามาเยี่ยมชมเรียนรู้ เขาบอกว่าได้มาเห็นการดำเนินงานที่ประสบความสำเร็จ เขาจะกลับไปเริ่มจัดการเรื่องของพื้นที่เป็นอันดับแรกเพื่อเป็นแหล่งอาหารของชันโรง ซึ่งลุงใหญ่ให้แนวคิดไปว่า เมื่อไหร่ที่มีการเลี้ยงชันโรงและใช้สารเคมีในการทำเกษตร ชันโรงจะไม่กลับมาเข้ารัง เขาก็ได้เข้าใจและกลับไปดำเนินการที่ถูกวิธีต่อไปหลังจากนี้ หากมีข้อปัญหาอะไรก็จะมีการประสานขอคำปรึกษามาทางเรา

“สวนลุงใหญ่ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคนเข้ามาดูงานจำนวนมาก การเลี้ยงชันโรงปีนี้ได้ผลผลิตปริมาณมากสามารถเก็บได้สี่รอบแล้ว มีการสั่งซื้อเข้ามาตลอดเวลา มีผลิตภัณฑ์สินค้าแก่นักท่องเที่ยว เป็นที่รู้จักและยอมรับของคนในชุมชนและนอกพื้นที่ จากที่เริ่มจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวและทางวชช.สงขลาเข้าไปส่งเสริมตั้งแต่ปี 2563 ทั้งการเลี้ยงชันโรง 

การนำผลิตภัณฑ์ เช่น สบู่เปลือกมังคุดไปวาง การบริหารจัดการต่างๆ ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น” อาจารย์ศุภมาส กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *