สำนักข่าวโฟกัส//สมชาย สามารถ
สงขลา-“เถ้าแก่หลี” ชื่นชม อบจ.สงขลาให้บริการแพขนานยนต์ดีขึ้น ประชาชนพอใจ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะยกเลิกการจัดเก็บค่าบริการรถจักรยานยนต์ 6 บาท “มาหาเสียง” พร้อมแนะแนวทางการบริหารให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และลดปัญหาขาดทุน

นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ (เถ้าแก่หลี) เจ้าของ บริษัท เขาบันไดนางศิลา จำกัด ให้สัมภาษณ์ถึงการบริการจัดการแพขนานยนต์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ว่า
เรื่องแพขนานยนต์องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลานั้น ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมผู้บริหารชุดปัจจุบัน ที่นำโดยคุณสพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ที่ได้รับฟังเสียงพี่น้องประชาชน มีแต่เสียงชื่นชม
จากเมื่อก่อนคนต้องมารอแพขนานยนต์ แต่ปัจจุบันแพขนานยนต์ต้องมารอคน ต้องมารอรถ กลับกันจากเมื่อก่อน ซึ่งการบริหารจัดแพขนานยนต์ที่ดีขึ้นนั้น

การให้คนเข้าไปควบคุม เป็นการใช้คนถูกกับงาน โดยผู้ที่รับผิดชอบเรื่องแพขนานยนต์คือ รองฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ รองนายกอบจ.สงขลา และนายช่างผู้ควบคุมแพขนานยนต์คือช่างเอก นอกจากการดูแลแพขนานยนต์เพื่อให้บริการกับพี่น้องประชาชนได้ดีแล้ว ยังสามารถอุดรูรั่วต่าง ๆ ในการบริหารจัดการในอดีตลดลง อย่างเช่น ค่าซ่อม ค่าซื้อของ ถูกไป 20-30 เปอร์เซ็นต์
“การซื้อของที่มีราคาแพงแล้วทำให้ซื้อถูกลงได้ เกิดจากการเอาใจใส่ของผู้บริหาร ผู้ดูแล จากเมื่อก่อนเกิดอุบัติเหตุใบจักรแพขนานยนต์หักพังเสียหาย จากแท่งปูนใต้ทะเล”
ทาง รองฉัตรเพชร กับนายช่างเอก ได้ให้นักประดาน้ำลงไปแก้ปัญหาแท่งปูนใต้น้ำขึ้นมา ก็ต้องให้เครดิตในการบริหารและแก้ปัญหาที่เรื้อรังมานายได้สำเร็จ
“ขอให้รักษามาตรฐานตรงนี้เอาไว้ เช่น การซ่อมที่เดิมต้องใช้เวลา ตอนนี้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากผู้บริหารเอาใจใส่ “
ส่วนเรื่องการตั้งคณะกรรมการยกร่างการศึกษาแนวทางที่จะงดการจัดเก็บค่าโดยสารรถจักรยานยนต์ที่ใช้บริการแพขนานยนต์ จากเดิมไป-กลับ คันละ 6 บา ท อันนี้ผมในฐานะผู้เสียภาษีคนหนึ่งของจังหวัดสงขลาไม่เห็นด้วย
ที่ไม่เห็นด้วยเพราะ 1. ค่าโดยสาร 6 บาท (ไป-กลับ) ก็ถูกมาก ๆ ไม่รู้จะถูกอย่างไรแล้ว
“จริง ๆ แล้วค่าโดยสาร ณ ตอนนี้ ควรจะปรับเพิ่มไปถึง 10 บาท หรือ 15 บาทเสียด้วยซ้ำไป ตามสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในสมัยของอดีตนายก อุทิศ เคยจัดเก็บกันมาแล้ว 7 บาท ก็ไม่ได้มีปัญหาการต่อต้านอะไร”
ต่อมานายกอุทิศ ใช้นโยบายหาเสียงปรับลดราคาลงมาเหลือ 3 บาท จนถึงปัจจุบัน ฉะนั้น หากจะมีการปรับลดหรือยกการจัดเก็บจะไม่เป็นธรรมกับประชาชนจังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นนำเงินภาษีของพี่น้องประชาชนจังหวัดสงขลาทั้งหมดมาอุดหนุนให้เฉพาะพื้นที่กลุ่มเดียว
อีกทั้ง ปัจจุบันรายได้จากการจัดเก็บค่าโดยสารรถจักรยานยนต์เฉลี่ยวันละ 20,000 บาท เดือนละ 600,000 บาท ปีละ 7,200,000 บาท
“ถ้าไม่มีการจัดเก็บ ผมถามสิครับว่า ในสภาวะที่แพขนานยนต์ประสบปัญหาขาดทุนอยู่ คุณคิดได้อย่างไรที่จะไปยกเว้นการจัดเก็บค่าโดยสารรถจักรยานยนต์อีก”
คุณได้มีการสอบถามพี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีทั้งจังหวัดสงขลาหรือยังว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่กับนโยบายที่คุณจะทำกันอย่างนี้ ผมเชื่อว่าเขาไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
“ผมถามสิครับว่าเงิน 6 บาท มันเป็นภาระค่าใช้จ่ายหนักของพี่น้องประชาชนมากเลยเหรอ ผมถามเด็ก ๆ ตอนนี้ให้เงินเด็ก 10 บาทไปซื้อขนมเด็กยังไม่เอาเลย เพราะไม่รู้จะไปซื้ออะไรได้ นี่แค่ 6 บาทเท่านั้น”
และไม่มีเหตุผลที่จะไปปรับลดหรือยกเว้นการจัดเก็บค่าโดยสารรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่อบจ.ขาดทุนอยู่มากพอแล้ว เพราะถ้าเป็นธุรกิจของคุณเอง คุณจะปรับลดหรือไม่ จึงขอเรียนไปยังผู้บริหารอบจ.ว่า การยกเว้นการจัดเก็บค่าโดยสารรถจักรยายนต์ของแพขนานยนต์นั้น ตนไม่เห็นด้วย และไม่ควรจะเดินหน้าเพื่อดำเนินการเรื่องนี้อีก
สำหรับข้อแนะนำในฐานะนักธุรกิจในการบริหารแพขนานยนต์เพื่อให้มีความเข้มแข็ง ประสบความสำเร็จและให้บริการพี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจด้วยนั้น
1. จะต้องทบทวนราคาค่าบริการทั้งหมดของแพขนานยนต์ ว่าราคาที่มีการจัดเก็บอยู่ในปัจจุบันเหมาะสม สมควรต่อสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันหรือยัง
2. จะต้องทำการอุดรูรั่วต่าง ๆ ในการบริหารจัดการ 3
3. การบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากการใช้บริการแพขนานยนต์ของพี่น้องประชาชนในชั่วโมงเร่งด่วนมีแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ก็คือช่วงเช้ากับช่วงเย็น ฉะนั้น ในช่วงกลางวันที่ไม่ได้เป็นชั่วโมงเร่งด่วน จะต้องปรับการให้บริการแพให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการเช่น การลดจำนวนแพที่ให้บริการลง
“ในช่วงกลางวันก็อาจจะลดจำนวนแพขนานยนต์ที่ให้บริการ จากเดิม 4 ลำ ในชั่วโมงเร่งด่วนก็ลดให้เหลือ 2 ลำ เป็นการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ” เถ้าแก่หลี กล่าว


