“โอ่”เข้ารับทราบข้อกล่าวหาบ่าย2วันนี้ยกข้อวินิจฉัย“ถาวร”ให้สังคมร่วมศึกษา

แทมเพลตข่าว 54

“พรุ่งนี้ 6 กรกฎาคม 2569 (วันนี้) เวลา 14.00 น. ผมและพวก พร้อมด้วยทนายอาร์ม สุวรรณรักษา จะเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลา เพื่อเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก” นายเกรียงไกร คมขำ หรือ “โอ่” ผู้นำเยาวชนสงขลาที่ผันตัวมาเป็น “แกนนำภาคประชาชน” ร่วมกับ “เถ้าแก่หลี” นายเฉลิมชัย ครุอำโพธิ์ ลุยตรวจสอบ อบจ.สงขลาอย่างต่อเนื่อง โพสต์เฟสบุ้ควานนี้(5 ก.ค. 69) และว่า

ยอมรับว่ารู้สึกทั้งหนักใจและกังวล เพราะเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เมื่อถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา โดยเฉพาะเมื่อผู้กล่าวหาเป็นหน่วยงานของรัฐ

แม้จะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็พร้อมใช้สิทธิของตนในการชี้แจงข้อเท็จจริง และพิสูจน์ความจริงตามกระบวนการกฎหมาย

“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมมั่นใจในความจำ ผมเข้าใจว่าทันทีตั้งแต่วันรับหมายเรียกว่าพื้นที่ ทุ่งเจ้าไหม เป็นที่ดินสาธารณสมบัติ
ของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ในตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา”

เมื่อทรัพย์สินของหน่วยงานราชการถูกนำไปวางหรือใช้ประโยชน์ ในพื้นที่สาธารณะดังกล่าว ผมเห็นว่าประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะตั้งคำถาม ตรวจสอบ และขอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรฐานการบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม

ส่วนข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่แต่ละฝ่ายอ้างอิงนั้น เชื่อว่าจะได้รับการพิจารณาตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรมต่อไป

“สำหรับผม วันพรุ่งนี้ไม่ใช่เพียงวันที่ต้องไปในฐานะผู้ถูกกล่าวหา แต่เป็นอีกวันที่ต้องเตรียมใจ และเตรียมความพร้อม ในการทำหน้าที่
ของภาคประชาชน ด้วยความสุจริต เคารพกฎหมาย และยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ครอบครัว ครูบาอาจารย์ และพี่น้องประชาชนที่คอยให้กำลังใจเสมอ”

ผมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ และเชื่อมั่นว่าความจริงจะได้รับการพิสูจน์ ผ่านกระบวนการยุติธรรม ผู้กำกับสภ. เมืองสงขลา และพนักงานสอบสวน จะให้ความเป็นธรรมเป็นกับผมและพวก

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านั้น นายเกรียงไกร ได้โพสต์ข้อความที่นายถาวร เสนเนียม นักกฎหมาย/อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า

“เมื่ออดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาแสดงความเห็นทางกฎหมาย”

ประเด็นสำคัญที่สังคมควรร่วมกันพิจารณา
ไม่ใช่เพียงว่า “ใครแจ้งความใคร”

แต่คือ…ผู้แจ้งความ มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่

หากที่ดินยังคงเป็น “ที่สาธารณสมบัติ
ของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน”
และหน่วยงานที่เข้าใช้ยังไม่ได้รับอนุญาต
ให้ใช้เป็นการเฉพาะจากหน่วยงาน
ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า

ผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว
มีสถานะเป็น “ผู้เสียหาย”
ที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษประชาชนได้หรือไม่

พร้อมแนบอินโฟกราฟิกสรุป ความเห็นทางกฎหมายของนายถาวร เสนเนียม เพื่อเปิดพื้นที่ให้สังคมร่วมศึกษา และตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยท้ายที่สุดแล้ว ข้อวินิจฉัยทางกฎหมายเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวน อัยการ และศาลตามกระบวนการยุติธรรม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *