“ดร.อภิชาต” ผ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทยติดกับดักรายได้ปานกลาง-สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด

S 27017237

ม.อ. เปิดเวทีบรรยายพิเศษ “Reset & Restart” ดึง รศ.ดร.อภิชาต ผ่าวิกฤตเศรษฐกิจไทย ชี้ติดกับดักโตช้า-สังคมสูงวัยขั้นสุดยอด รัฐจนกระดานหนี้ชนเพดาน
​สงขลา — คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) จัดงานบรรยายทางวิชาการภายใต้หัวข้อ “Reset & Restart: ก้าวต่อไปของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางมรสุมวิกฤตซ้อนวิกฤต” ณ ห้อง EC201 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยได้รับเกียรติจาก รศ.ดร.อภิชาต สถิตนิรามัย อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ วิเคราะห์เจาะลึกวิกฤตเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย พร้อมข้อเสนอแนะทางรอดของประเทศ โดยมีคณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมฟังกว่า 200 คน

​ดร.อภิชาต ระบุว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปัญหาการเติบโตช้าอันเกิดจาก “กับดักรายได้ปานกลาง” หรือ Middle Income Trap โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงทุนในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ และการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งมีต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่า ส่งผลให้โรงงานและภาคการผลิตในไทยมีกำลังการผลิตเหลือว่าง

สำหรับ​ทางออกเดียวของประเทศคือการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต หรือ New S-Curve และสร้างนวัตกรรมที่สามารถแข่งขันได้จริง แม้แนวทางดังกล่าวจะถูกบรรจุอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายภาครัฐมานานกว่า 10–20 ปี แต่การขับเคลื่อนในทางปฏิบัติต่างหากที่เป็นปัญหาสำคัญ

อีกทั้งยัง​เตือนว่า อีกไม่ถึง 10 ปี เข้าสู่ Super-Aged Society แรงงานรุ่นใหม่ต้องเก่งขึ้น 2 เท่า โดยชี้ว่า ปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society )และจะก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุยิ่งยวด” (Super-Aged Society) ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งหมายถึงกำลังแรงงานที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

​หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่เคยโตราว 2% อาจลดลงเหลือเพียง 1% ดังนั้น หากต้องการให้ GDP ไม่ลดลง แรงงานรุ่นใหม่ที่เหลืออยู่จะต้องพัฒนาศักยภาพและมีผลิตภาพ (Productivity) สูงขึ้นกว่าคนรุ่นก่อนอย่างน้อย 2 เท่า เพื่อทดแทนกำลังแรงงานวัยเกษียณที่หายไปจากระบบ
​คลังตึงตัว-หนี้จ่อชนเพดาน รัฐหมดปูมดึงเอกชนลงทุน

​สำหรับข้อจำกัดด้านการคลัง ดร.อภิชาต อธิบายว่า ภาครัฐไทยประสบปัญหาการขาดดุลการคลังมาอย่างต่อเนื่องนับแต่วิกฤตต้มยำกุ้ง และภาระหนี้สะสมยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดนับจากวิกฤตโควิด-19 จนสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP พุ่งสูงใกล้ชนเพดานทางการคลังที่ระดับ 70% ส่งผลให้ต้องมีการขยับเพดานหนี้ในอนาคตอันใกล้

​ขณะเดียวกัน งบประมาณส่วนใหญ่ของรัฐบาลยังหมดไปกับ “รายจ่ายประจำ” เช่น เงินเดือนข้าราชการ สวัสดิการ และการชำระหนี้ ส่วนงบลงทุนที่มีอยู่เพียงประมาณ 20% นั้นเกือบทั้งหมดมาจากการกู้เงิน เมื่อภาครัฐติดข้อจำกัดด้านงบประมาณและมีภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลขาดศักยภาพในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนำการลงทุนภาคเอกชน

ดร.อภิชาติ ​เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ “Reset” ความคิดทางการบริหารจัดการภาครัฐและการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่รู้แนวทางมานานแต่ขาดการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ควบคู่ไปการ “Restart” ยกระดับทักษะแรงงานรุ่นใหม่ให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและพามูลค่าเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามมรสุมวิกฤตซ้อนวิกฤตได้ในอนาคต

799817
799818
799819
799821
799822

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *