“สุชาติ” ลุยพรุสาคูสงขลา เพิ่มน้ำต้นทุน 5 เท่า ย้ำบริหารจัดการยั่งยืน

แทมเพลตข่าว 2026 08 31T111916.851

“สุชาติ” ลงพื้นที่สงขลา ติดตามพัฒนาพรุสาคู เพิ่มน้ำต้นทุนกว่า 5 เท่า กำชับบริหารจัดการหลังโครงการ เน้นประชาชน-คุณภาพน้ำ-รับมือภัยแล้งและน้ำท่วม

วันนี้ ( 31 สิงหาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมี นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ พร้อมผู้บริหารกรมทรัพยากรน้ำ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ

นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามผลการพัฒนาและเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนของพรุสาคู ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญของประชาชนในพื้นที่ โดยการพัฒนาแหล่งน้ำดังกล่าวสามารถเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้ำและการระบายน้ำ รองรับความต้องการใช้น้ำทั้งด้านอุปโภคบริโภคและการเกษตร รวมถึงช่วยบริหารจัดการมวลน้ำในช่วงฝนตกหนักและบรรเทาปัญหาน้ำท่วม

“ประโยชน์ที่แท้จริงและความจำเป็นไม่ได้จบอยู่ที่การดำเนินโครงการแล้วเสร็จ แต่ต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการภายหลังจากดำเนินโครงการ เพื่อให้แหล่งน้ำเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง” นายสุชาติกล่าว


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ได้มอบนโยบายสำคัญ 3 ประการ เพื่อให้การบริหารจัดการพรุสาคูเกิดประโยชน์สูงสุดและมีความยั่งยืน

ประการแรก ให้บริหารจัดการแหล่งน้ำโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมวางแผนการใช้ประโยชน์จากน้ำให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของชุมชน ครอบคลุมทั้งการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศ โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

ประการที่สอง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ โดยเฉพาะการดูแลคุณภาพน้ำ เพื่อให้แหล่งน้ำสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว พร้อมกำชับกรมทรัพยากรน้ำให้ติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

ประการที่สาม ให้ขยายผลการดำเนินงานเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน และปรับปรุงแหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งด้านการกักเก็บน้ำในช่วงฤดูแล้ง และการเพิ่มศักยภาพในการรองรับและระบายน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน
สำหรับโครงการปรับปรุงเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนพรุสาคู บ้านไร่ ภายหลังการดำเนินโครงการ สามารถเพิ่มปริมาตรเก็บกักน้ำจากเดิม 25,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 129,000 ลูกบาศก์เมตร หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ขณะที่ศักยภาพการระบายน้ำเพิ่มจากเดิม 78 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 170 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง และเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนในพื้นที่

โครงการมีพื้นที่รับประโยชน์ประมาณ 550 ไร่ ครอบคลุม 476 ครัวเรือน โดยน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถนำไปสนับสนุนภาคการเกษตร ทั้งสวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน และสวนผลไม้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์

โดยสวนยางพาราคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มจากประมาณ 12,000 บาท เป็น 14,400 บาทต่อไร่ต่อปี ปาล์มน้ำมันจาก 10,000 บาท เป็น 12,000 บาทต่อไร่ต่อปี และสวนผลไม้จาก 15,000 บาท เป็น 18,000 บาทต่อไร่ต่อปี

นายธีระชุณ บุญสิทธิ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการพัฒนาพรุสาคูครอบคลุมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บและระบายน้ำ การเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเพื่อสนับสนุนการผลิตน้ำประปาและภาคการเกษตร ตลอดจนการฟื้นฟูระบบนิเวศของแหล่งน้ำ

ทั้งนี้ กรมทรัพยากรน้ำจะส่งเสริมการรวมกลุ่มผู้ใช้น้ำ และประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันดูแลรักษาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีความยั่งยืนในระยะยาว
นายสุชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาแหล่งน้ำไม่ควรมุ่งเน้นเฉพาะการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน แต่ต้องทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำไปต่อยอดการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ ควบคู่กับการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีความต่อเนื่องและยั่งยืน

นอกจากนี้ การเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของพรุสาคูยังมีส่วนช่วยบริหารจัดการมวลน้ำในช่วงฝนตกหนัก โดยสามารถรองรับและระบายน้ำได้มากขึ้น ลดการสะสมของมวลน้ำที่จะไหลไปรวมกันในพื้นที่ปลายน้ำ ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดความเสี่ยงจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่และบริเวณโดยรอบ

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายสุชาติพร้อมคณะยังได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อฟื้นฟูและสร้างความสมดุลให้แก่ระบบนิเวศ มอบกล้าไม้แก่ประชาชน และร่วมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณโครงการ สะท้อนแนวทางการพัฒนาแหล่งน้ำที่ให้ความสำคัญทั้งการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้ำ การสร้างคุณภาพชีวิตและรายได้ให้ประชาชน ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายสุชาติกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีส่วนผลักดันโครงการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ และประชาชนในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า การบริหารจัดการน้ำหลังการพัฒนาเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้การลงทุนด้านแหล่งน้ำเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *