อบจ.สงขลา จัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ “นายกสุพิศ” ย้ำให้ความสำคัญสุขภาพกาย-ใจประชาชน เร่งปลูกฝังความรักวัฒนธรรม ความกตัญญูแก่เยาวชน ชี้สังคมแห่งความสุขยั่งยืนเกิดจากความรักผูกพันในครอบครัว

28 เม.ย.68 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ร่วมกับเครือข่ายสมาชิกชมรมผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมโครงการพัฒนาศักยภาพกลุ่มองค์กรภาคประชาชนและเครือข่าย กิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจคุณภาพชีวิตผู้สุงอายุ ณ อาคารศรีเกียรติพัฒน์ อบจ.สงขลา โดย นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกอบจ.สงขลา เป็นประธานในพิธี มีอาจารย์นิยม ชูชื่น นายกสมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา กล่าวรายงาน อาจารย์นิยม กล่าวว่า ในนามคณะกรรมการจัดงาน การจัดกิจกรรมวันนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,200 คน
งานสืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากอบจ.สงขลา 300,000 บาท มีวัตถุประสงค์คือ 1. เพื่อส่งเสริมและอนุรักษ์คุณค่าของวัฒนธรรมไทยอันดีงามให้คงอยู่สืบไป 2. เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจถึงความสำคัญของการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในสังคมไทย 3. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ และ 4.เพื่อส่งเสริมการเปิดพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างเครือข่ายระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลากับองค์กรและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุ



ปัจจุบัน จังหวัดสงขลามีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 250,000 คน มีชมรมผู้สูงอายุที่เป็นเครือข่ายของสมาคม 343 ชมรม มีสมาชิกกว่า 50,000คน การจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีสมาชิกตัวแทนจากชมรมต่างๆ เข้าร่วมมากกว่า 1,200 คน มีกิจกรรมด้านศาสนา การสืบสานประเพณีรดน้ำขอพรจากผู้อาวุโสตัวแทนจากชมรมต่างๆ และกิจกรรมอื่นๆ เช่น การแสดงวัฒนธรรมไทย การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ มีคณะทำงานการจัดงานจากกองสวัสดิการ อบจ.สงขลา และสมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา ร่วมแรงร่วมใจกันจัดกิจกรรมครั้งนี้อย่างลุล่วงด้วยดี
“หวังว่ากิจกรรมทั้งหมด จะทำให้ผู้สูงอายุได้รับประโยชน์สูงสุด” อาจารย์นิยม กล่าว



นายสุพิศ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีกับการจัดงานครั้งนี้ ด้วยนโยบายของอบจ.และทีมสงขลาพลังใหม่ ให้ความสำคัญกับการดูแล และพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ซึ่งมีจำนวนมากและยิ่งเพิ่มขึ้นในอนาคต 5-10 ปี ประมาณปีละ0.5 เปอร์เซ็นต์ นั่นคืออีกสิบปีจะเพิ่มเป็น 300,00 คน ซึ่งหากอบจ.ไม่เตรียมการบริหารจัดการไว้ก็อาจเกิดปัญหาได้
ดังนั้น ผู้บริหารอบจ.ต้องวางแนวทางการดูแลเรื่องนี้ในทุกมิติ เช่น การดูแลสุขภาพร่างกายจิตใจ เรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ และอื่นๆ “ขอให้ผู้สูงอายุทุกท่านสบายใจว่าทีมบริหารอบจ.ชุดนี้ให้ความสำคัญเรื่องนี้เป็นอันดับหนึ่ง ผู้สูงอายุมีชมรมจำนวนมาก ผมอยากเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันสุขภาพร่างกายผู้สูงอายุด้วยการออกกำลังกาย ผมได้เชิญอาจารย์นิยมเป็นคณะกรรมการกีฬาของอบจ.สงขลา โดยมีทุกภาคส่วนร่วมเป็นคณะกรรมการ”
นายสุพิศ กล่าว และว่า ทุกนโยบายของอบจ.สงขลา ทั้ง 35 โครงการ มีการตั้งคณะทำงานมาร่วมกันทุกโครงการเพราะต้องการขับเคลื่อนโดยประชาชนมีส่วนร่วมและได้พบเจอกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการสงขลาเมืองกีฬาที่เป็นนโยบายสำคัญหนึ่ง ก็ได้ตั้งคณะทำงานประมาณ 20 ท่าน นำผู้เชี่ยวชาญในทุกมิติด้านกีฬามาร่วมทำงาน และเชิญอาจารย์นิยม มาเป็นคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬาของผู้อาวุโส ให้มีคุณค่า ซึ่งเราต้องสร้างกระบวนตรงนี้ขึ้นมาเพื่อให้เกิดความสำเร็จ สร้างสุขภาพพลานามัยและคุ้มครองป้องกันด้านสุขภาพให้กับผู้สูงอายุการทำนโยบายของผม ต้องใช้ภาษี งบประมาณของส่วนกลางและของเอกชน ผมพยายามดึงเอกชนเข้ามาลงทุนสนับสนุนเนื่องจากภาษีที่ได้รับแต่ละปีไม่เกินห้าร้อยล้านบาท คาดการณ์ว่าปี 69 ประมาณสี่ร้อยล้าน เก็บภาษีได้พันกว่าล้าน แต่ที่เป็นภาระใช้จ่ายเกือบพันล้านบาท “ผมต้องการนำงบประมาณมาทำเรื่องดูแลความเป็นอยู่พี่น้องในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นเช้าขึ้นมาจนเข้านอน ไม่คิดทำโครงการอื่นๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง หอดูดาวฯลฯ แต่อะไรที่พี่น้องเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน ผมจะทำเรื่องนี้” นายกสุพิศ

กล่าว และว่าเราต้องนำเอกชน และฟังค์ชั่นอื่นๆ เข้ามาร่วมสร้างการพัฒนา การขนส่งคมนาคมการใช้รถ EV ก็มีเอกชนยื่นเสนอเข้ามา 4-5 บริษัท เป็นแนวทางบริหารพัฒนา การทำเรื่องกีฬา กีฬาผู้สูงอายุ ก็ดึงเอกชนเข้ามาร่วม วันนี้พอเป็นแนวทางดำเนินการ 6 เดือนถึงหนึ่งปี หลังจากนี้พี่น้องน่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงกิจกรรมวันนี้ ผมคาดหวังการสร้างวัฒนธรรมที่ดี การรดน้ำดำหัว ประเพณีสงกรานต์ ฯลฯ ที่สืบทอดกันมาลูกหลานกลับมา ที่สำคัญผมอยากส่งเสริมวัฒนธรรมการให้ความสำคัญของความกตัญญูกตเวที โลกเปลี่ยนไป แต่ความกตัญญูต้องอยู่คู่กับคนสงขลา
“ทุกวันนี้โรงเรียนบางครั้งก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญประเพณีวัฒนธรรมเรื่องนี้ เราต้องช่วยกันสร้างให้เด็กรุ่นหลังได้ยึดถือ ช่วยกันปลูกฝังเรื่องนี้ให้กับเยาวชน ทั้งเป็นแบบให้ท้องถิ่นได้เห็นและให้ความสำคัญ ผมจะจัดทำโครงการส่งเสริมเรื่องนี้ให้ผู้นำท้องถิ่น-ท้องที่คัดเลือกลูกหลานจากท้องถิ่นชุมชนในสงขลามารับการอบรมบ่มเพาะ” โดยจะเชิญวิทยากรคือ นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา มาจัดอบรมส่งเสริมเรื่องความกตัญญูให้กับเยาวชนสงขลาปีละ 4-5 ครั้ง หากเราทำเรื่องนี้สำเร็จ สร้างความรักความกตัญญูให้ลูกหลานรักบ้าน รักเมือง รักครอบครัวพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เยาวชนเป็นคนดี ความยั่งยืนและความสงบสุขของสังคมก็เกิดขึ้น ตรงกับคำว่า ส่งเสริมวัฒนธรรมที่ดีและความผาสุกที่ยั่งยืน เป็นงานที่ครบทุกบริบท รวมทั้งการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุด้วยกีฬา

ผู้สูงอายุดีเด่น ประจำปี 2568โอกาสนี้ นายก อบจ.สงขลา ได้มอบรางวัลผู้สูงอายุดีเด่น ประเภทต่างๆ ประกอบด้วยนายบุญธรรม ปานนุกูล ชมรมผู้สูงอายุรักสุขภาพน้ำน้อย, นายภิรมย์ ไชยมุติ ชมรมเสริมสร้างสุขภาพไทเก๊กเอวี๋ยนจี๋สงขลา, นางพัชรินทร์ ทองศรีแก้ว ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นางสมหมาย ประกิตสันธนะ ชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าบอนรางวัลชมรมผู้สูงอายุดีเด่น 4 รางวัลชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลระโนด, ชมรมเสริมสร้างสุขภาพไทเก๊กเอวี๋ยนจี๋ สงขลา, ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนาทวีนอก, ชมรมผู้สูงอายุนิคมสร้างตนเองเทพา
รางวัลประธานชมรมผู้สูงอายุดีเด่น 4 รางวัล นางจุฑาพร แก้วบุญจันทร์ ชมรมผู้สูงอายุบ้านท่านางหอม หมู่ 5,6, นางพรเพ็ญ สุขจันทร์ ชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าบอน, นางจรรยา อุปถัมภ์ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลระโนด, นางสาวสมจิต ขวดใสชมรมผู้สูงอายุอาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อน โรงพยาบาลสงขลารางวัลผู้สูงอายุสุขภาพดี 9 รางวัล นางสมจิตต์
คงสิน ชมรมผู้สูงอายุตำบลพิจิตร, นางยม ศรีประเสริฐ ชมรมผู้สูงอายุบ้านทุ่งใหญ่ ม.3 ต.เขารูปช้าง, นางจินตนา เดชทองคำ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นางรติรส กาญจนธาร สมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา,นางเฉวียน แก้วเป็นทอง ชมรมผู้สูงอายุตำบลวังใหญ่, นางสะพรั่ง จุลพงศ์ ชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าบอน, นางเอกปรียา ชิรโศภณ ชมรมผู้สูงอายุอาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อนโรงพยาบาลสงขลา, นางจำเนียร โสภาริพันธุ์ ชมรมผู้สูงอายุตำบลทุ่งใหญ่, นางภัฏพร ศรีกฤษณ์ ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลระโนดรางวัลผู้สูงอายุจิตอาสาดีเด่น 15 รางวัล นางกฤษณา จันทนะ สมาคมครูอาวุโสจังหวัดสงขลา, นายนิพัฒน์ นุ่นปาน ชมรมผู้สูงอายุตำบลพิจิตร, นางสาวจิตรา ศิษฎิโกวิท ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพและ
ฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นางสุรีย์ ตันทชุณห์ ชมรมผู้สูงอายุบ้านท่าสะอ้าน ม.8 ต.เขารูปช้าง, นางสาวอัจฉรา ถนัดอักษร สมาคมเครือข่ายสุขภาพผู้สูงอายุจังหวัดสงขลา, นางวิภาดา พูลสวัสดิ์ ชมรมผู้สูงอายุบ้านสวนตูล ม.5 ต.เขารูปช้าง, นางวิมล ณ พัทลุง ชมรมผู้สูงอายุบ้านดินลาน, ชมรมผู้สูงอายุบ้านทุ่งใหญ่ ม.3 ต.เขารูปช้าง, นางสมพร สุวรรณโณชมรมผู้สูงอายุตำบลท่าบอน, นางจารุวรรณ พรมแก้วชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลนาทวีนอก, นางปราณี จันทรัตน์ ชมรมผู้สูงอายุรักสุขภาพน้ำน้อย, นางอำไพ บริรักษ์ ชมรมเสริมสร้าสุขภาพไทเก๊กเอวี๋ยนจี๋สงขลา, นางนอง ทองหอม ชมรมผู้สูงอายุตำบลทุ่งใหญ่, นางจวงจันทร์ หิรัญสาลี ชมรมผู้สูงอายุสถานีอนามัยนาทับ, นางพรภิรมย์ เต็มพร้อม ชมรมผู้สูงอายุนิคมสร้างตนเองเทพา
รางวัลภูมิปัญญาดีเด่น 6 รางวัล นายดำรงค์กิจ แก้วละเอียด สาขาศิลปกรรม (งานประดิษฐ์ผีเสื้อเสมือนจริงตามธรรมชาติ) ชมรมผู้สูงอายุอาสาสมัครเพื่อนช่วยเพื่อน โรงพยาบาลสงขลา, นางสุพรรณ สุนแก้ว สาขาแพทย์แผนไทยชมรมผู้สูงอายุตำบลพิจิตร, นางบุพผา เจียมสวัสดิ์ สาขาศิลปกรรม (รำหนังตะลุง) ชมรมผู้สูงอายุตำบลทุ่งใหญ่, นางไพยพิตร์ จำเริญนุสิต สาขาศิลปกรรม (การร้อยสร้อยลูกปัดมโนราห์) ชมรมผู้สูงอายุรักสุขภาพน้ำน้อย, นางอุษณี จันทรโชติ สาขาการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (จากวัสดุเหลือใช้ลดโลกร้อน) ชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลระโนด, นางยุพิน ทับสุข สาขาแพทย์แผนไทย ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลตำบลระโนด


