พร้อมดูแลผู้เสวงบุญ6,603ราย บินปฐมฤกษ์สุวรรณภูมิ-หาดใหญ่29เม.ย.

IMG 3222

“ซาบีดา”ประชุมกรรมการฮัจย์ ย้ำดูแลผู้แสวงบุญ 6,603 ราย ให้ปลอดภัยด้วยความรอบคอบ รัดกุม สะดวกสบายที่สุด เตรียมจัดพิธีส่งและอำนวยพรผู้เดินทางปี 68 พร้อมกันทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและหาดใหญ่ 29 เมษายนนี้

27 มีนาคม 2568 น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทินชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยมี นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการฯ นายมานะ สิมมาที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย นายประสาน ศรีเจริญ ผู้แทนจุฬาราชมนตรี พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมราชสีห์ อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า ช่วงกลางเดือนมกราคม2568 ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปเจรจาและจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย ผลการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนชาวมุสลิม ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประกอบศาสนกิจที่ลดลง รวมทั้งคุณภาพของการใช้ชีวิตในช่วงการประกอบศาสนกิจที่ซาอุดีอาระเบียที่มีมาตรฐานและได้รับการดูแลอำนวยความสะดวกมากยิ่งขึ้นอีกทั้ง มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ได้เห็นชอบแนวทางการขนส่งผู้แสวงบุญพิธีฮัจย์ชาวไทย ให้ดำเนินการตามความตกลงระหว่าง 

คณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทยกับกระทรวงฮัจย์และอุมเราะห์ และสำนักงานการบินพลเรือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียที่จะมีขึ้นในแต่ละปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไปส่งผลให้เกิดการแข่งขันทางด้านราคาค่าโดยสารมากยิ่งขึ้น รวมถึงการร่วมกับ บมจ.การบินไทย พัฒนาคุณภาพและรสชาติของอาหารสำหรับบริการพี่น้องมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

“ในปี 2568 นี้ จะมีเที่ยวบิน 3 สายการบิน ให้บริการ ได้แก่ 1. การบินไทย 2. เซาเดีย 3. ฟลายอะดีล โดยการบินไทย9 เที่ยวบิน ซึ่งเที่ยวบินปฐมฤกษ์ออกเดินทางจากสนามบินหาดใหญ่ไปกรุงมะดีนะห์ ในวันที่ 29 เมษายน และกลับวันที่ 12 มิถุนายน” ส่วนสายการบินฟลายอะดีลแอร์ไลน์ 5 เที่ยวบิน ออกเดินทางช่วงเดียวกับการบินไทย และสายการบินเซาเดีย จะแบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ในช่วงต้น วันที่ 29 เมษายน ออกจากจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยังกรุงเจดดาห์ กลับวันที่ 12 มิถุนายน และช่วงที่ 2 ออกเดินทางวันที่ 27 พฤษภาคม กลับวันที่ 2 กรกฎาคมโดยจะมีพิธีส่งและอำนวยพรผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ปี 2568 พร้อมกันทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินหาดใหญ่ ในวันที่ 29 เมษายนนี้”

น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อว่า จากการร่วมเดินทางไปตรวจที่พักเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาพบว่า โดยภาพรวมมีความสะดวกสบายและอยู่ในพื้นที่ที่สามารถให้บริการด้านต่าง ๆ ได้สะดวก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางติดต่อกับสำนักงานของไทย การเดินทางไปประกอบศาสนกิจ ซึ่งคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ได้บริหารจัดการเพื่อให้เกิดการดูแลด้านที่พักเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด และสามารถเข้าให้การดูแลช่วยเหลือผู้เดินทางไปแสวงบุญทั้ง 6,603 ท่าน ในระหว่างการใช้ชีวิตที่ซาอุดีอาระเบียอย่างทันท่วงที โดยยึดหลักการ คือ ปลอดภัย รอบคอบ รัดกุม สะดวกสบายที่สุด และการดำเนินการทุกขั้นตอน ทุกด้านต้องเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและทางราชการมากที่สุดด้าน นายไชยวัฒน์ กล่าวว่ากระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองในฐานะสำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะดำเนินการ เพื่อให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปแสวงบุญได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างครบถ้วนทุกกระบวนการ เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่

ช่วงที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำให้กรมการปกครองบริหารจัดการการทำภารกิจการเดินทางไปประกอบศาสนกิจของพี่น้องชาวไทยมุสลิมให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด ตามกรอบของระเบียบ นโยบายแนวทาง ข้อตกลง 

งบในปีนี้ ค่าใช้จ่ายลดลง และการขับเคลื่อนงานของคณะกรรมการฯ อันประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ทรงคุณวุฒิ จะส่งผลอันดีต่อการดำเนินงานในอนาคต เพราะทุกความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจะทำให้เกิดสิ่งที่ดีเพิ่มมากขึ้นกับพี่น้องชาวไทยมุสลิม เพื่อทุกท่านจะได้มีความสุข ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังจากเดินทางกลับจากการประกอบศาสนกิจ” นายไชยวัฒน์ กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *