“ทนายอาร์ม”ร้องป.ป.ช.สงขลา”อบจ.ซ่อมก่อน-แบ่งงบแยกจ้าง”

IMG 3417

เช้าวันนี้ (2 กันยายน2568) ทนายอาร์ม สุวรรณรักษา ในฐานะตัวแทนภาคประขาชนจังหวัดสงขลา เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงาน ป.ป.ช. จังหวัดสงขลา พร้อมกล่าวว่า วันนี้ ผมมาด้วยการจ่าหน้าซองหน้าหนังสือเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนคำพูดนี้ เป็นคำพูดของอดีตประธานองคมนตรี คนที่คนในจังหวัดสงขลาเคารพและศรัทธาเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

 “ผมไม่รู้ว่าท่านนิยามคำพูดแบบนี้ว่ายังไง แต่สำหรับผมการตอบแทนบุญคุณแผ่นดินคือ การไม่ยอมให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น หากเรามีความรู้ ความสามารถจะช่วยเหลือบ้านเกิดเมืองนอนได้ ก็ต้องทำเพราะฉะนั้น วันนี้ผมเดินทางมาที่ป.ป.ช. จังหวัดสงขลา เพื่อยื่นหนังสือกล่าวโทษเอาผิดเจ้าหน้าที่ในตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง”

จากข้อหาดังนี้ เรื่องนี้ ผมแยกเป็นสองประเด็น โดยประเด็นแรกเป็นการเปิดเรื่องจากเพจป้องกันทุจริตเรื่องการก่อสร้างโรงอาหารในพื้นที่ อบจ.

เรื่องนี้มีการพูดคุยในสภาแล้วในวันที่ 14 สิงหาคม แต่คำชี้แจง ไม่ชัดเจน

“การก่อสร้างตรงนี้อยู่นอกเหนือข้อบัญญัติงบประมาณปี 68 เพราะฉะนั้นการก่อสร้างดังกล่าวอบจ.ทำผิดระเบียบนี่คือข้อกล่าวหาที่ผมมายื่นให้ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” ทนายอาร์ม กล่าว และว่า

หลักฐานอยู่ในรายละเอียดในสำนวนแล้ว

ประเด็นที่สอง ก็เป็นเรื่องสำคัญคือ การแบ่งซื้อ แบ่งจ้างกรณีการจ้างเอกชนรายหนึ่งต่อเติมห้องนายก อบจ. ต่อเติมห้องเลขานายก อบจ. และต่อเติมห้องโถงชั้น 4 ของ อบจ. 

“เรื่องนี้สำคัญตรงว่ากรณีแรกมีการก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่เดือนเมษายน มีประจักษ์พยาน คือมีภาพการไปมอบดอกไม้แสดงความยินดีท่านนายกตามสื่อมากมาย ห้องสร้างเสร็จตั้งแต่เดือนเมษาแต่มีการจัดจ้างเดือนพฤษภาและมิถุนา กรกฎาเป็นการจัดจ้างโดยแบ่งซอยย่อย เพื่อเจตนาไม่ให้เกินห้าแสนบาท”

ทนายอาร์ม กล่าวต่อว่า ที่สำคัญเอกชนรายหนึ่งที่ได้รับงานนี้ไปถูกตรวจสอบว่าเป็นบริษัทที่ทำการค้าปลีกเครื่องเขียน

“เรื่องนี้มีเงื่อนงำแน่นอนครับ เรากำลังให้บริษัทค้าปลีกเครื่องเขียนมาดำเนินการปรับปรุงห้องของอบจ.แล้วด้วยงบประมาณที่รวมกันหลักล้านกว่าบาท แต่บริษัทนี้มีทุนจดทะเบียนแค่ล้านเดียว เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญและพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน รวมไปถึงเรื่องการใช้เงินงบประมาณที่ไม่เหมาะสม”

เรื่องนี้อาจจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสตง. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลอยู่ในคำร้องแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.พิจารณาเรื่องใดก็ตามที่อยู่ในอำนาจหน้าที่หน่วยงานอื่นก็ต้องยื่นตรงไปต่อหน่วยงานอื่น

“ยกตัวอย่าง เช่น มีการปรับปรุงห้องนายกอบจ. จำนวนสี่แสนกว่าบาท ในส่วนนี้ทำหิ้งพระห้าหมื่นเก้าพันบาท ปูกระเบื้องใหม่ รวมถึงทำฝ้าติดไฟห้าสิบกว่าดวง เรื่องเหล่านี้คือ เงินภาษีของเราทุกคน”

ทนายอาร์ม กล่าวด้วยว่า ยังมีข่าวว่าอบจ.ไปตัดงบการศึกษา ซึ่งท่านนายกยืนยันข้อเท็จจริงในที่ประชุมสภาว่ามีการตัดจริง แต่เราใช้เงินล้านกว่าบาทปรับปรุงห้องนายก ห้องเลขา รวมถึงห้องโถงเหล่านี้ นอกจากเรื่องของความผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็ยังมีประเด็นเรื่องของการใช้เงินไม่คุ้มค่า ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องเรียกร้องป.ป.ช.ส่งเรื่องต่อไปยังสตง.ต่อไป

ด้าน นายราม วสุธนภิญโญ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ได้รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้แล้ว ก็จะนำเข้าระบบ จากนั้น ในขั้นแรกจะต้องตรวจสอบว่า มีมูลหรือไม่ 

หากไม่มีมูลก็ตกไปแต่หากมีมูล ก็จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมาแก้ต่าง ซึ่งในที่สุดแล้ว หากพบการกระทำผิดก็จะเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป

เมื่อคุณะกรรมการป.ป ช. รับเรื่องแล้ว ก็จะตั้งกรรมการไต่สวน ดำเนินการตามขั้นตอนจนกว่าจะได้ข้อสรุปเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาต่อไป

“ในระดับจังหวัดใช้เวลาไม่เกินหนึ่งปี ขึ้นอยู่กับปริมาณคดี และความยากง่ายของแต่ละคดี จากนั้น คณะกรรมการที่ป.ป.ช.แต่งตั้งดำเนินการอีกไม่เกินสามปี” ผอ.รามกล่าว

#ทนายอาร์ม

#ร้องปปช.

#สงขลา

#สงขลาโฟกัส

#อบจ.

#โรงอาหาร

#ห้องทำงาน

#จ้าง

#ปรับปรุง

#ภาคประชาชน

#เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *