16 มกราคม 2569 ที่สำนักเลขานุการคุรุสภา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงกรณีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีมติส่งเรื่องให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ทรัพย์สินของนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม ตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่า 158 ล้านบาท
ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า มองว่าเป็นเรื่องทางการเมืองที่มีผู้สมัครจากหลายพรรคถูกดำเนินคดี และยังมีกระแสข่าวว่าอาจมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะทุกคนจะได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม ตั้งแต่ขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ไปจนถึงกระบวนการของกระทรวงยุติธรรม

โดยเฉพาะกรณีคดีที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ผิดกฎหมาย ไม่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะมาจากพรรคการเมืองใด เมื่อถูกกล่าวหาก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีดังกล่าวอาจเป็นเกมการเมืองหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ควรไปสอบถามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พร้อมย้ำว่านายชนนพัฒฐ์ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว
ส่วนคำถามว่าจะส่งผลกระทบต่อการหาเสียงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่กระทบ เนื่องจากสิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับของประชาชนในพื้นที่ ต้องรับฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก และไม่ควรตัดสินใครล่วงหน้า ขณะที่กระบวนการทางกฎหมายก็ได้เดินหน้าไปแล้ว และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้พิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

สำหรับภาพรวมการปราศรัยหาเสียงของพรรคกล้าธรรม ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนและคณะผู้บริหารพรรค นำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค จะลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ โดยในช่วงบ่ายของวันเดียวกันนี้ จะลาราชการเพื่อเดินทางไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนลงพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ภาคใต้ต่อไป
เมื่อถามถึงกระแสตอบรับจากประชาชน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองที่ทำงานใกล้ชิดกับพื้นที่ และลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ จึงมีความมั่นใจในแนวทางการทำงานของตนเอง พร้อมย้ำว่า พรรคกล้าธรรมเป็นพรรคของนักปฏิบัติ ไม่ใช่นักพูด


