13 พ.ค. กรมทางหลวง เปิดเวทีปฐมนิเทศโครงการจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร ทางหลวงหมายเลข 414 (ถนนลพบุรีราเมศวร์) แยกคลองแห-ท่าท้อน ระยะทาง 8.915 กม.ขยายเป็น 10 ช่องจราจร

22 เมษายน 2568 ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ที่มี นายสมคเน เสมทัพพระ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 นำคณะทำงาน ประกอบด้วย วิศวกรและบริษัทที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 414 แยกคลองแห-แยกท่าท้อน
เพื่อชี้แจงรายละเอียดและรับฟังความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจร บนทางหลวงหมายเลข 414 ตอนแยกคลองแห-แยกท่าท้อน ช่วง กม.15+400 ถึงกม.24+315 รวมระยะทาง 8.915 กิโลเมตร ประกอบด้วย แยกคลองแห, แยกบิ๊กซี, แยกโคกเมา, แยกท่าท้อนครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ (หาดใหญ่, บางกล่ำ) 4 ตำบล (ท่าช้าง, คลองอู่ตะเภา, คลองแห, ควนลัง)
ซึ่งตัวแทนบริษัทที่ปรึกษาฯ ได้รายงานต่อรองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาว่า โครงการดังกล่าวการบริหารโครงการจะอยู่ภายใต้การกำกับการดูแลโดยกรมทางหลวง และดำเนินการโดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา 3 บริษัท บริษัท ซีวิลดีไซด์แอนด์คอนซัลแต้นส์ จำกัด ดำเนินการด้านการบริหารโครงการและงานด้านวิศวกรรม, บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง

คอนซัลแต้นส์ จำกัด ดำเนินการด้านวิศวกรรม และ บริษัท ธาราไลน์ จำกัด ดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชนโครงการมีระยะเวลาการดำเนินงาน 15 เดือน
หรือ 450 วัน โดยได้ลงนามในสัญญาไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2568 จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินการจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 5 ครั้ง เพื่อจะนำเสนอรูปแบบโครงการรวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ที่ตั้งโครงการคือ ทางหลวงหมายเลข 414 เป็นถนนเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ที่มีจุดเริ่มต้นที่แยกน้ำกระจาย และมีจุดสิ้นสุดอยู่ที่แยกท่าท้อน ระยะทางรวม 24.315 กิโลเมตร ซึ่งมีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเกิดปัญหาการจราจรติดขัด จึงจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขปัญหาการจราจร โดยเฉพาะบริเวณแยกคลองแห แยกบิ๊กซี แยกโคกเมา แยกท่าท้อน ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 เดือนโดยได้เข้าพบหน่วยงานท้องถิ่นและประชาสัมพันธ์โครงการไปบ้างแล้ว
พื้นที่โครงการมีจุดเริ่มต้นที่ กม.15+400 และมีจุดสิ้นสุด 24+315 รวมระยะทาง 8.915 กิโลเมตร โดยภายในโครงการจะมีโครงสร้างสะพานเดิม 5 แห่ง มีจุดกลับรถ 8 แห่ง และมีจุดทางแยกสำคัญ 4 แห่ง ประกอบด้วย แยกคลองแห, แยกบิ๊กซี, แยกโคกเมา, และแยกท่าท้อน ทั้งยังมีแหล่งโบราณสถานอีก 1 แห่งคือ วัดท่าแซะ ทางหลวงหมายเลข 414 ในพื้นที่โครงการมีเขตทางเดินกว้าง 80 เมตร บริเวณ 750 เมตร จากจุดเริ่มต้นโครงการเป็นถนน 4 ช่องจราจร (ไป-กลับ) และบริเวณช่วงกลางโครงการมีลักษณะเป็นถนน 8 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ซึ่งแนวคิดการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 414 ในพื้นที่โครงการ โดยจะขยายถนนจากเดิม 8 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ให้มีความกว้างเป็น 10 ช่องจราจร (ไป-กลับ)

โดยจะออกแบบให้เกาะกลางเป็นเกาะร่องเพื่อประโยชน์ในการระบายน้ำ และจะติดตั้งแบริเออร์คอนกรีต ที่ขอบทางเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่รวมถึงติดตั้งทางเท้า บริเวณที่พื้นที่ชุมชนเพื่อบริการประชาชนริมเขตทาง และมีแนวคิดในการปรับปรุงจุดตัดทางแยก 4 จุดด้วยกัน ประกอบด้วย แยกคลองแห, แยกบิ๊กซี, แยกโคกเมา, แยกท่าท้อน แยกคลองแห จะเป็น 4 แยกที่ทางหลวงหมายเลข 414 ตัดกับถนนคลองแห-คูเต่า บริเวณแยกควบคุมการจราจรด้วยสัญญาณไฟถัดจากแยกไปประมาณ 300 เมตร จะเป็นจุดกลับรถ ทำให้เกิดการชะลอตัวของรถที่จะเคลื่อนผ่านแยก จึงจะปรับปรุงแยกคลองแห 3 แนวคิดคือ การปิดแยกเพื่อจะให้รถทางตรงบนทางหลวงหมายเลข 414 เคลื่อนผ่านตลอดโดยไม่ถูกรบกวน จากรถในทิศทางอื่น และจะสร้างสะพานกลับรถยกระดับ 2 ทิศทางร่วมกับวงเวียนขนาดเล็ก เพื่อเชื่อมการเดินทางของรถภายในพื้นที่ แนวคิดที่สองคือ ยังคงเปิดแยกไว้เหมือนเดิม แต่จะจัดการแยกด้วยวงเวียนและสร้างสะพานยกระดับข้ามแยก แนวคิดที่สามก็จะทำการปิดแยกแล้วสร้างสะพานกลับรถยกระดับ 2 ตัว แยกที่สองคือแยกบิ๊กซี เป็น 4 แยกเยื้องกันที่
ทางหลวงหมายเลข 414 ตัดกับถนนทางหลวงหมายเลข 4310 ซึ่งจะมุ่งหน้าไปเทศบาลนครหาดใหญ่ และตัดกับถนนอัมพวันการจราจรบริเวณแยกบิ๊กซี มีการตัดกระแสการจราจรบนทางหลัก จึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงแยก
3 แนวคิดคือ 1. จะสร้างสะพานยกระดับข้ามแยก และจัดการการจราจรที่แยกด้วยสัญญาณไฟ, 2. จะคล้ายกับแนวคิดที่หนึ่งแต่จะจัดการจราจรที่แยกด้วยวงเวียน เพื่อที่ให้รถบริเวณแยกไหลได้ตลอด, 3. จะคล้ายกับแนวคิดที่สอง แต่จะใช้วงเวียนแบบหยดน้ำเพื่อที่จะลดพื้นที่การเวนคืนแยกโคกเมา เป็นสายแยกรูปตัว Y ที่ทางหลวงหมายเลข 414 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 4135 ซึ่งจะมุ่งหน้าไปสนามบินหาดใหญ่ ปัจจุบันควบคุมการจราจรด้วยสัญญาณไฟ มีการตัดกระแสการจราจรบนทางหลัก มีแนวคิดปรับปรุง 3 รูปแบบคิือ 1. ทำสะพานยกระดับข้ามแยก และจัดการแยกด้วยสัญญาณไฟ, 2. คล้ายกับแนวคิดที่หนึ่ง แต่การจัดการจราจรที่แยกด้วยวงเวียนแทน, 3. จะทำการปิดแยก แล้วสร้างDirectionnal Ramp เลี้ยวขวาเพื่อรองรับรถจากสนามบินหาดใหญ่เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 414 และจะสร้างสะพานกลับรถยกระดับบริเวณ แยกท่าท้อน หรือจุดสิ้นสุดโครงการ จะเป็นสามแยกรูปตัว T ที่ทางหลวงหมายเลข 414 มาตัดกับทางหลวงหมายเลข 4 โดยถ้าเลี้ยวขวาจะมุ่งหน้าไปจังหวัดพัทลุง เลี้ยวซ้ายก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดปัตตานี จึงมีแนวคิดปรับปรุง 3 รูปแบบ 1. สร้างสะพานยกระดับบริเวณทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อให้รถทางตรงจากทางหลวงหมายเลข 4 เคลื่อนที่ผ่านตลอดโดยไม่ถูกรบกวน และจัดการแยกด้วยสัญญาณไฟ แนวคิดที่ 2. กับ 3. จะปิดแยก แล้วก็สร้าง Directionnal Ramp ทั้งขาเข้าและขาออกทางหลวงหมายเลข 414 เพื่อให้รถทางตรงบนทางหลวงหมายเลข 4 วิ่งผ่านได้ตลอดโดยแนวคิดที่ 2. จะสร้าง Directionnal Ramp ระดับ 2 และ ระดับ 3 เพื่อประหยัดพื้นที่การก่อสร้าง
แนวคิดที่สามจะสร้าง Directionnal Ramp ระดับ 2 และแยกบ้านบางนา จะอยู่ระหว่างสะพานข้ามทางรถไฟกับสะพานข้ามคลอง ร.1 มีลักษณะเป็นแยกปิดที่ทางหลวงหมายเลข 414 ตัดกับถนนบ้านบางนาและซอยบ้านโคกเมาโดยปัจจุบันการเดินทางระหว่างชุมชนก็จะต้องมาใช้จุดกลับรถที่อยู่ห่างจากแยกไป 450 เมตร แล้วก็ใช้จุดกลับรถใต้สะพานข้ามทางรถไฟ ซึ่งการจราจรบริเวณมีการตัดกระแสการจราจรของทางหลัก จึงจำเป็นจะต้องปรับปรุงบริเวณแยกบางนาด้วย โดยมีแนวคิดว่าจะเปิดแยกเพื่อเชื่อมการเดินทางของคนในชุมชนให้เดินทางสะดวกยิ่งขึ้น แล้วจะจัดการแยกด้วยวงเวียนแบบหยดน้ำ และจะสร้างสะพานยกระดับขนาดเล็ก โดยให้ความสูงไม่เกิน 2.5 เมตร ข้ามแยกเพื่อที่จะให้รถเล็กสามารพลอดใต้สะพานได้ ส่วนงานทางด้านการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม จะทำการศึกษาในระยะ 500 เมตร จากกึ่งกลางระยะเส้นทางโครงการ และในส่วนของโบราณสถานการศึกษาในระยะ 1 กิโลเมตร พื้นที่การศึกษา จะประกอบด้วยพื้นที่ 2 อำเภอ (หาดใหญ่ บางกล่ำ) 4 ตำบล ในอำเภอหาดใหญ่ 3 ตำบล คือ ตำบลคลองอู่ตะเภา ตำบลคลองแห และตำบลควนลัง ส่วนอำเภอบางกล่ำคือ ตำบลท่าช้าง “โครงการนี้จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพ.ศ.2566 เนื่องจากมีโบราณสถานที่รอขึ้นทะเบียนอยู่ระยะ 850 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการ สำหรับพื้นที่แหล่งน้ำที่โครงการตัดผ่านคือ คลองแห คลองลำห้วย คลองอู่ตะเภา และคลอง ร.1”ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน จะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 5 ครั้ง แบ่งเป็น 3 เวทีใหญ่ และ 2 เวทีย่อย โดยจะจัดประชุมปฐมนิเทศโครงการวันที่ 13 พฤษภาคม 2568


