อบจ.สงขลา ขออนุมัติสภากู้ 2,000 ล้านบาท สร้างถนนทั้งจังหวัด จากปกติที่ใช้งบปีละ 360 ล้านบาท โดยจะแบ่งตามพื้นที่ให้ สจ.คนละ 55 ล้านบาท เผยสำรวจและทำประชาคมแล้ว พร้อมจะพิจารณาหลายโครงการที่ก่อหนี้ผู้พันข้ามปีด้วย
นายทวีศักดิ์ อรัญดร ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ลงนามเชิญประชุมสมาชิกสภา อบจ.สงขลา ในวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 09.30 น. เป็นต้นไป
โดยมีระเบียบวาระการประชุมที่ถูกบรรจุเข้าสู่วาระทั้งหมด 14 วาระ ในจำนวนดังกล่าวมีวาระสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเงินเป็นหลัก คือระเบียบวาระที่ 7 เป็นต้นไป


ซึ่งฝ่ายบริหารนำโดย นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นำเสนอ ที่มีทั้งขอก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ และขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน และจากกองทุนส่งเสริมองค์การบริหารส่วนจังหวัด
อาทิ วาระที่ 7 ญัตติขอความเห็นชอบกู้เงินจากกองทุนส่งเสริมกิจการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อสจ.), วาระที่ 8 ญัตติขอความเห็นชอบกู้เงินจากสถาบันการเงิน (ธนาคารออมสิน) , วาระที่ 9 ญัตติขอความเห็นชอบก่อนหนี้ผูกพันข้ามปีการจัดสร้างแพขนานยนต์, วาระที่ 10 ญัตติขอความเห็นชอบก่อหนี้ผูกพันข้ามปีจัดหาระบบขนส่งสาธารณะด้วยระบบไฟฟ้า (EV), วาระที่ 11 ญัตติขอความเห็นชอบก่อหนี้ผูกพันเช่าเครื่องจักรกล
“ญัตติกู้เงินสองญัตติ จะมีการขอกู้เงินรวม 2,000 ล้านบาท หลักๆเพื่อนำไปใช้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สร้างถนน และปรับปรุงถนนตามที่นายกสุพิศที่เห็นว่า ถนนอบจ.ที่มีมากกว่า 200 สายชำรุดมาก และจำนวนมากควรจะต้องทำใหม่“ แหล่งข่าว กล่าว และว่า
ก่อนหน้านี้ นายกฯ ได้คุยกับสจ. ให้สำรวจว่า มีถนนเส้นไหนบ้างที่ต้องทำใหม่ หรือต้องซ่อมอย่างไร รวมถึงให้ทำประชาคมกับชาวบ้านด้วย และทราบว่า ทางกองช่างก็ได้ดำเนินการสำรวจไว้แล้วด้วย


ส.อบจ.สงขลา กล่าวต่อว่า ปกติที่ผ่านมา อบจ.สงขลา จะมีงบประมาณจัดทำหรือซ่อมแซมถนน ประมาณปีละ 200 -360 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตามจำนวนสมาชิกคนละ 10 ล้านบาทต่อปี หากโครงการกู้ 2,000 ล้านบาทผ่านไปได้ตามที่ได้คุยกัน จะแบ่งเฉลี่ยให้สมาชิกคนละ 55 ล้านบาท พื้นที่ใดที่ไม่มีการทำถนน นายกจะมีวิธีการจัดการให้ เช่นในเขตเทศลาลนครหาดใหญ่ และนครสงขลา
“นายกได้คุยกับสมาชิกเรื่องงบเงินกู้สองพันล้านที่จะกู้แต่ยังไม่เห็นรายละเอียดของวาระการประชุมว่า จะกู้อย่างไร ทราบคร่าวๆ ว่า จากกองทุนกสจ.กับธนาคารออมสินแห่งละหนึ่งพันล้านบาท” สมาชิกสภา อบจ.สงขลา คนหนึ่ง กล่าว
ส่วนการขอก่อหนี้ผูกพันเกี่ยวกับแพขนานยนต์นั้น น่าจะมีการจ้างต่อแพขนานยนต์เพิ่มเติม จากที่มีอยู่แล้ว 5 ลำ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการ เพราะบางช่วงบางเวลาแพขนานยนต์ที่มีอยู่แล้วก็เสียบ่อย ต้องหยุดให้บริการเพื่อซ่อมแซม
สำหรับการขอก่อหนี้ผูกพันจัดหารถขนส่งสาธารณะขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV) ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการตามนโยบายของนายกสุพิษ แต่ยังไม่มีรายละเอียดจำนวนรถที่จะจัดหา และเส้นทางวิ่งบริการว่าเป็นเส้นทางไหนบ้าง ซึ่งกรณีนี้ นายกสุพิศได้ให้เจ้าหน้าที่ประชุมกับผู้บริหารโรงเรียนต่าง ๆ และพยายามจัดทำเส้นทาง รวมถึงจำนวนผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดจะดำเนินการได้ต่อเมื่อฝ่ายบริหารได้เสนอปรับแผน และได้รับการเห็นชอบจากสภาฯ ด้วย ซึ่งที่ผ่านมา ได้มีการเสนอปรับแผนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในการประชุมวันที่ 6 สิงหาคมนี้ด้วย


