รายงานข่าวจากด่านนอก อ.สะเดา จาก.สงขลา เวลา 23:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งตรงกับเวลา 24:00 น. ของประเทศมาเลเซีย ได้มีรถของนักท่องเที่ยว กว่า 1000 คัน ติดอย่างหนัก ที่หน้าด่านสะเดาตั้งแต่เวลา 12:00 น. ของวันที่ 15 กันยายน
โดยรถจอดติดสะสมต่อเนื่องยาวนานที่หน้าด่านสะเดาเป็นเวลา 12 ชั่วโมง จนถึงเวลา 21:00 น. ของวันที่ผ่านมา เป็นแถวยาวกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งรถก็ไม่สามารถระบายหมด ทำให้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ติดอยู่บนรถส่วนบุคคล และรถบัสนักท่องเที่ยว ประมาณ 4 คัน จนกระทั่งถึงเวลา 23:00 น. ซึ่งเป็นเวลาหยุดทำการของด่านมาเลย์ หรือด่านบูกิตกายูอิตั้ม ของประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดประตู รั้วกั้น 2 ประเทศ


ในขณะที่ฝั่งด่านไทย ยังคงอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ เมื่อด่านมาเลย์ปิด ด่านไทยต้องปิดตาม ทำให้เกิดความโกลาหล เพราะรถบางคันได้จ็อบหนังพาสปอร์ตผ่านด่านไทยมาแล้ว แต่เจอด่านมาเลย์ปิดประตู ทำให้หลายคันต้องเลี้ยวกลับ สู่ประเทศไทยอีกครั้ง


นักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่จะนอนค้างที่รถเพื่อรอให้ด่านเปิดในวันขึ้นในเวลา 05:00 น. ของเช้าวันที่ 16 กันยายน
บางส่วนหาที่พักในพื้นที่บ้านด่านนอกเมืองท่องเที่ยวหน้าด่านสะเดา
เหตุการณ์รถติดครั้งนี้ถือว่า มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ด่านสะเดา ที่มีรถติดค้างอยู่ไม่ต่ำกว่า 500 คัน ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร มีคนตกค้างกว่า 1 – 2,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่ มากันแบบครอบครัว
ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียเข้ามาท่องเที่ยวไทยในวันหยุดปิดเทอมและวันหยุดประจำปี ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 14 กันยายน อีกทั้งวันที่ 15 กันยายน ยังคงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาที่ด่านสะเดากว่า 10,000 คน และมีนักท่องเที่ยวที่กลับบ้านพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ในวันที่ 15 กันยายนจำนวนมาก จึงทำให้รถติดสะสมที่หน้าด่านสะเดา ประกอบกับด่านสะเดารับมือไม่ทัน จนเกิดเหตุการณ์รถติด อย่างมโหฬารดังกล่าว


จากการสอบถามนักท่องเที่ยว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่บอกว่าไม่เคยเจอกับเหตุการณ์นี้มาก่อน ไม่เคยติดนานและมีจำนวนมาก เหมือนวันนี้ โดยเข้ามาเที่ยวเมืองไทยบ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้มานอนที่อำเภอหาดใหญ่หนึ่งคืน และ เดินทางกลับมาเลย์ ติดอยู่ที่หน้าด่านสะเดา 4 ชั่วโมงแต่ก็ไม่สามารถผ่านด่านไปได้
ผู้สื่อข่าว ถามว่าจะมาอีกไหมนักท่องเที่ยวบอกว่าคงต้องมาอีก เพราะรักเมืองไทยชอบเที่ยวเมืองไทยอาหารถูกและอร่อย

กรณีดังกล่าว ดร. สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรม หาดใหญ่สงขลา กล่าวว่า รถติดที่หน้าด่านสะเดา กว่า 500 คัน และระบายรถไม่ทันในเวลา 23:00 น.เป็นการทำลายบริการการท่องเที่ยว ไม่น่าจะเกิดขึ้นในขณะที่หลายฝ่ายกำลังไม่น่าจะเกิดขึ้นในขณะที่หลายฝ่ายกำลังรณรงค์ และให้ความสำคัญ เรื่องการท่องเที่ยว เพราะประเทศมาเลเซียเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยมากที่สุด
“จะนำเรื่องนี้ไปรายงานถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่รับผิดชอบต่อไป” ดร.สิทธิพงศ์ กล่าว


