เปิดมุมมอง”มานะ ศรีพิทักษ์“ป้องกันน้ำท่วม สร้างความเชื่อมั่นหาดใหญ่

ปกข่าวเพจมานะ

ผู้บริหาร “ManA” เสนอสร้างความเชื่อมั่นหาดใหญ่ ป้องกันน้ำท่วมยั่งยืน ชี้ปัญหาใหญ่ “น้ำทะเลหนุน” แนะยกถนนเลียบทะเลสาบ “ท่านางหอม-บางกล่ำ” สูง 3 เมตร พร้อมทำประตูน้ำที่ลำคลองจุดตัด 6-8 จุด และสูบน้ำทุกคลองให้พร่อง ก่อนฝนตกหนัก

นายมานะ ศรีพิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมนเอ โฟรสเซนฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารทะเลแปรรูป ยี่ห้อ “ManA” กล่าวถึงน้ำท่วมหาดใหญ่ปลายเดือนพฤศจิกายน 2569 นอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ถูกน้ำท่วมโดยตรง ซึ่งครั้งนี้ถือว่าหนักมากแล้ว แต่ยังกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม ผู้ประกอบการที่ไม่ถูกน้ำท่วม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่จะลงทุนทั่วไป

S 17547285 0

“เราผ่านน้ำท่วมมาถึงวันนี้ การท่องเที่ยวซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักยังเสียหาย ไม่มีใครเชื่อมั่น รวมถึงนักลงทุน การจ้างงาน ราคาที่ดินต่างๆ กระทบไปหมด ไม่ต้องพูดถึงคนที่ถูกน้ำท่วมก็ยังไม่ฟื้น”

ทุกวันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปจากอดีต เพราะสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ทำให้ไม่สามารถคาดเดาได้แล้วว่าน้ำจะท่วมตามรอบ 10–12 ปีเหมือนที่ผ่านมา และน้ำอาจจะท่วมทุกปีก็เป็นไปได้

ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือ การป้องกันเพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่นว่า น้ำจะไม่ท่วมอีกต่อไป เวลาถึงฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน ฝนจะตกมากเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ปีที่น้ำท่วมหนัก เกิดจากมีหย่อมความกดอากาศจากฝั่งมาเลเซียเข้ามาค้างอยู่ ทำให้ฝนตกซ้ำ ๆ ในพื้นที่เดียว น้ำจึงสะสมจำนวนมาก

อีกปัจจัยสำคัญคือ “น้ำทะเลหนุน” โดยคนที่อาศัยใกล้ทะเลสาบสงขลาจะเห็นชัดว่า ระดับน้ำบางปีหนุนสูงกว่า 2 เมตร เมื่อทะเลหนุนพร้อมกับฝนตกหนัก น้ำจากหาดใหญ่ก็ระบายออกไม่ได้ สุดท้ายจึงเกิดน้ำท่วมหนัก และท่วมนาน

นายมานะ เสนอว่า แนวทางแก้ไข ควรเร่งหาวิธีสูบน้ำออกจากเมืองก่อนถึงวันที่ฝนจะตกหนัก และในวันที่ฝนตกก็สูบน้ำออก โดยปิดประตูน้ำ แม้ทะเลหนุนก็ไม่ท่วม

S 15474695 0

“สิ่งที่ต้องรีบตัดสินใจทำ และแนวทางที่ทำได้เร็วคือ ยกระดับถนนช่วงท่านางหอม–บางกล่ำ ให้สูงราว 3 เมตร ใช้เป็นแนวคันกั้นน้ำ พร้อมทำประตูน้ำตามจุดตัดคลองประมาณ 6–8 จุด และติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่” นายมานะ กล่าว และว่า

วิธีนี้จะช่วยให้เวลาฝนตกหนักสามารถปิดประตูไม่ให้น้ำทะเลหนุนเข้า และสูบน้ำออกจากเมืองได้ทันที โดยประเมินว่าระบบสูบน้ำควรมีกำลังรวมราว 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงจะเพียงพอป้องกันน้ำท่วม

โครงการลักษณะนี้ใช้แนวถนนเดิม ไม่ต้องเสียค่าเวนคืนที่ดิน งบประมาณจึงไม่สูง หากเร่งดำเนินการทันก่อนฤดูฝนปี 2569 ก็จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วม และสร้างความมั่นใจให้ทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้มาก

อีกทั้ง ยังเป็นวิธีการที่ลงทุนต่ำ และสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมทั้งในตัวเมืองหาดใหญ่ และพื้นที่รอบๆ หรือพื้นที่รับน้ำจากหาดใหญ่ในอดีตที่ผ่านมาก็ไม่ต้องเดือดร้อนด้วย ไม่ว่าน้ำจะมาจากสะเดา หรือคอหงส์ วิธีการดังกล่าวเราจัดการได้ทั้งหมด

นายมานะ ยังเสนอให้บริหารจัดการเชิงรุก เพราะโดยประสบการณ์พบว่า ฝนหนักมักอยู่ช่วงราววันที่ 21 พฤศจิกายนของทุกปี (บวกลบเล็กน้อย) จึงควรเริ่มปิดประตูน้ำและสูบน้ำออกจากคลองล่วงหน้า เพื่อเตรียมพื้นที่รับน้ำก่อนฝนชุดใหญ่จะมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *