เผยครม.สัญจรให้จังหวัดสงขลา 60 ล้านบาท เท่ากับจังหวัดอื่น ๆ ในกลุ่มอ่าวไทย “หอการค้าสงขลา” ขอเพิ่มอีก 50 ล้าน แก้น้ำท่วมเร่งด่วน และให้เทศบาลนครหาดใหญ่เร่งดำเนินการตามแผนขุดลอกคูคลอง ท่อระบายน้ำก่อนหน้าฝน “ดร.ไพโรจน์” ย้ำไม่สามารถรองบประมาณปกติได้ เพื่อความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว/นักลงทุน
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีกำหนดประชุมนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 นี้ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้กำหนดกรอบงบประมาณการพัฒนาจังหวัดละ 50 ล้านบาท พร้อมงบกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยอีก 50 ล้านบาท(จังหวัดละประมาณ 10 ล้านบาท)
โดยจังหวัดสงขลาทั้งจังหวัด ได้รับรวมเป็นวงเงินประมาณ 60 ล้านบาท สำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
ดร.ไพโรจน์ ชัยจีระธิกุล รองประธานหอการค้าจังหวัดสงขลาเผยว่า ในฐานะคณะทำงานรวบรวมข้อเสนอการพัฒนาจังหวัด ได้ผลักดันโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่เข้าไปในกรอบงบประมาณดังกล่าวสำหรับอำเภอหาดใหญ่เป็นวงเงินประมาณ 30 ล้านบาทในระยะเร่งด่วน อาทิ การขุดลอกแก้มลิง, ขุดลอกคลองหวะ,ขุดลอกท่อลอด คลอง ร.6, ขุดลอกคูในเขตเทศบาลหาดใหญ่, ขุดลอกปลายคลองเตย, ทำประตูระบายน้ำเปิด-ปิดอัตโนมัติ, เพิ่ม CCTV ระบบเตือนภัย เป็นต้น
ขณะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ได้เสนอขอเพิ่มงบประมาณเพิ่มเติม เนื่องจากวงเงินที่ได้รับการจัดสรรไม่เพียงพอต่อการดำเนินการที่จำเป็นเร่งด่วนในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้งการขุดลอกคูคลองสายหลักและสายรอง การบำรุงรักษาทางระบายน้ำ และการแก้ไขปัญหาท่อบำบัดน้ำเสียที่อุดตันทั่วเขตเทศบาล ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 60–70 ล้านบาท
“จึงอยากจะเสนอขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมอีก 50 ล้านบาท รวมเป็น 110 ล้านบาท ทั้งจังหวัด ดังเช่น ครม.สัญจร รอบที่ผ่านมาให้ 100 ล้านบาท เพื่อขออนุมัติงบกลางให้เทศบาลนครหาดใหญ่ จากการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองหาดใหญ่ได้อย่างเป็นระบบและทันต่อสถานการณ์” ดร.ไพโรจน์ กล่าว และว่า
การขอจัดสรรงบเพิ่มเติมในครั้งนี้จำเป็นต้องเป็นงบกลางในลักษณะฉุกเฉินเร่งด่วน ที่สามารถเบิกจ่ายและนำไปดำเนินการได้ทันที โดยไม่ติดขั้นตอนการพิจารณาตามรอบงบประมาณปกติ เพื่อให้การขุดลอกคูคลองและการแก้ไขระบบระบายน้ำในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่แล้วเสร็จก่อนเข้าสู่ฤดูฝนปี 2569 ซึ่งจะเริ่มในเดือนตุลาคมนี้
“การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ไม่สามารถรอรอบงบประมาณปกติได้ หากไม่เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนหน้าฝน ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับภาคธุรกิจ ภาคประชาชน และเศรษฐกิจของเมืองหาดใหญ่มูลค่าหลายหมื่นล้านบาท จะสูงกว่างบประมาณที่ขอจัดสรรหลายเท่า”
ดร.ไพโรจน์ กล่าวด้วยว่า การผลักดันงบประมาณแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะแก้ไขปัญหาวิกฤติเร่งด่วน และปัญหาในเชิงโครงสร้างของเมืองหาดใหญ่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุน


