“สรรเพชญ” ลุยปลายน้ำสงขลา เร่งขุดลอกคลอง ร.1–คลองอู่ตะเภา ชงของบกลาง 300 ล้าน เปิดทางน้ำก่อนมรสุม ย้ำแก้ปัญหายั่งยืนทั้งระบบ
สงขลา – นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ร่องน้ำตื้นเขินบริเวณคลอง ร.1 อำเภอบางกล่ำ และคลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งผลักดันโครงการขุดลอกทางระบายน้ำ ลดความเสี่ยงอุทกภัยก่อนเข้าสู่ฤดูมรสุม พร้อมเตรียมเสนอของบกลางต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณภายในสัปดาห์หน้า คาดกรอบวงเงินเบื้องต้นประมาณ 300 ล้านบาท ย้ำการแก้ปัญหาต้องเป็นระบบและยั่งยืน ไม่ใช่เพียงขุดลอกแล้วปล่อยให้ตะกอนกลับมาสะสมซ้ำ


การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้บริหารกรมเจ้าท่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้นำท้องที่และผู้นำท้องถิ่นร่วมสำรวจพื้นที่และหารือแนวทางดำเนินงาน โดยเป็นการติดตามความคืบหน้าหลังนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ตรวจคลอง ร.1 และสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาการระบายน้ำทั้งระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุทกภัยซ้ำรอยเหมือนปีที่ผ่านมา
นายสรรเพชญ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีภารกิจสำคัญในการสนับสนุนการป้องกันน้ำท่วม ทั้งการขุดลอกทางน้ำ การกำจัดสิ่งกีดขวางในพื้นที่ของกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย และกรมเจ้าท่า โดยพื้นที่ปลายน้ำแห่งนี้รองรับน้ำจากคลอง ร.1 คลองอู่ตะเภา คลอง ร.3 และคลองสาขาหลายสาย ก่อนระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลา หากปลายน้ำระบายได้ช้า จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบทันที


ผลการสำรวจพบว่า หลายจุดมีตะกอนสะสมเป็นเวลานาน บางช่วงเหลือความลึกเพียง 30–50 เซนติเมตร ส่งผลให้ประสิทธิภาพการระบายน้ำลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะหลังมหาอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งพัดพาตะกอนลงมาสะสมเพิ่มขึ้น ทำให้จำเป็นต้องเร่งเปิดทางน้ำก่อนฤดูฝนจะมาถึง
สำหรับแผนเร่งด่วน กรมเจ้าท่าเตรียมผลักดันโครงการขุดลอกคลอง ร.1 ระยะทาง 2,150 เมตร คลองอู่ตะเภา ระยะทาง 1,000 เมตร และคลอง ร.3 โดยแต่ละโครงการมีปริมาณขุดลอกประมาณ 300,000 ลูกบาศก์เมตร ใช้งบประมาณโครงการละ 28.4 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในแผนงบประมาณปี 2570


อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาล่าช้า นายสรรเพชญเปิดเผยว่า ได้หารือกับกรมเจ้าท่าเพื่อจัดทำข้อเสนอของบกลางสำหรับพื้นที่วิกฤต โดยจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาพัฒน์และสำนักงบประมาณภายในสัปดาห์หน้า คาดกรอบวงเงินรวมประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปรับแผนขุดลอกในลักษณะ รูปตัว Y เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากพื้นที่สีแดงลงสู่ทะเลสาบสงขลาให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยแยกการดำเนินงานให้ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการที่ขอรับงบประมาณปี 2570
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุด้วยว่า ได้กำชับให้กรมเจ้าท่าเร่งรัดกระบวนการจัดหาผู้รับจ้างให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 30 กันยายน 2569 และกำหนดระยะเวลาดำเนินงานไม่เกิน 120 วัน เพื่อให้สามารถเปิดทางระบายน้ำได้ทันก่อนเกิดสถานการณ์น้ำหลาก
นายสรรเพชญ ยังเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขุดลอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีแผนบริหารจัดการตะกอนดินและพื้นที่รองรับดินที่ขุดขึ้นมาอย่างเป็นระบบ เพราะหากไม่มีพื้นที่รองรับที่เหมาะสม หรือปล่อยให้ตะกอนกลับลงสู่ลำน้ำ ปัญหาจะเกิดซ้ำไม่รู้จบ
“การแก้ปัญหาน้ำท่วมต้องบูรณาการทุกหน่วยงานอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงการประชุมบนโต๊ะ แต่ต้องมีการวางแผนตั้งแต่การขุดลอก การจัดการตะกอน การบำรุงรักษาร่องน้ำ และการดูแลทางน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกบาททุกสตางค์ของงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุด และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดความเสี่ยงน้ำท่วมให้กับประชาชนในจังหวัดสงขลาอย่างยั่งยืน” นายสรรเพชญ กล่าว


