เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ครัวเรือนละไม่เกิน 49,500 บาท ที่ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานระดับอำเภอเพื่อเร่งรัดกระบวนการอนุมัติและเบิกจ่ายให้ถึงมือประชาชนโดยเร็ว
อำเภอหาดใหญ่รายงานว่า การจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาท ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว มีผู้ได้รับสิทธิ 248,312 ครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 119.8 ล้านบาท เหลือเพียงบางส่วนที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตีกลับ เนื่องจากปัญหาการโอนเงินไม่ผ่าน เช่น ไม่ผูกบัญชีพร้อมเพย์หรือบัญชีไม่มีความเคลื่อนไหว ซึ่งได้ส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง


ส่วนเงินค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยไม่เกิน 49,500 บาท ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 อำเภอหาดใหญ่เสนอเรื่องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ก.ช.ภ.จ. แล้ว 11,853 ครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 184.5 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับจัดสรรงบประมาณช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้ พร้อมกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งจัดส่งเอกสารเพิ่มเติม เพื่อทยอยนำเข้าที่ประชุม ก.ช.ภ.อ. และ ก.ช.ภ.จ. อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์
จากนั้น รองผู้ว่าฯ เดินทางต่อไปยัง เทศบาลนครหาดใหญ่ โดยมีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และคณะผู้บริหารร่วมรายงานความคืบหน้า พบว่าหลังได้รับการสนับสนุนคอมพิวเตอร์ เจ้าหน้าที่ และชุดช่างประเมินเพิ่มเติม ทำให้สามารถคีย์ข้อมูลและประเมินความเสียหายได้สูงถึงวันละประมาณ 3,000 ครัวเรือน มั่นใจว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จตามกรอบเวลา
รองผู้ว่าฯสงขลาเปิดเผยว่า ภาพรวมในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ขณะนี้พิจารณาสิทธิไปแล้วราว 6,000–7,000 หลังคาเรือน จากทั้งหมดกว่า 10,000 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลได้เฉลี่ยวันละ 2,000–3,000 ราย ขณะเดียวกันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบนอก เช่น เทศบาลเมืองคลองแห เทศบาลเมืองคอหงส์ เทศบาลเมืองควนลัง เทศบาลเมืองบ้านพรุ และ เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา ก็มีความคืบหน้าในทิศทางเดียวกัน


สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน 49,500 บาท เป็นเพดานสูงสุดกรณีบ้านพักอาศัยประจำเสียหายทั้งหลัง หากเสียหายบางส่วนจะจ่ายตามความเสียหายจริงจากการประเมินของชุดช่าง ทำให้แต่ละครัวเรือนได้รับเงินไม่เท่ากัน
จังหวัดสงขลาวางกำหนดจ่ายเงินสดงวดแรกต้นเดือนมีนาคม 2569 โดยใช้พื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่เป็นจุดนำร่อง ก่อนขยายผลให้ครบทุกครัวเรือนภายในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมย้ำทุกหน่วยงานต้องเร่งดำเนินการให้ทันตามกรอบเวลาที่วางไว้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร็วที่สุด


ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามประกาศแจ้งสิทธิผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ต่อไป โดยจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่นยืนยันพร้อมดูแลให้ได้รับการเยียวยาตามสิทธิครบถ้วน.


