จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญรถไฟชนรถยนต์บริเวณย่านมักกะสัน กรุงเทพมหานคร กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความเสี่ยงบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งยังคงเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ทุกเมื่อ หากผู้ใช้เส้นทางประมาทหรือฝ่าฝืนสัญญาณเตือน
สำหรับชาวจังหวัดสงขลา อุบัติเหตุเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว จากข้อมูลเชิงลึกพบว่าเส้นทางรถไฟในพื้นที่สงขลายังคงมีจุดเสี่ยงสะสม และเกิดอุบัติเหตุใหญ่เฉลี่ยทุกๆ 3-6 เดือน โดยเฉพาะช่วงต้นปี พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรุนแรงติดต่อกันถึง 2 ครั้งในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วัน
16 มกราคม 2569 (อ.นาหม่อม) รถไฟเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์บริเวณทางลักผ่าน ระหว่างสถานีควนมีด – สถานีนาม่วง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย
18 มกราคม 2569 (อ.สะเดา) ขบวนรถไฟที่ 948 (ปาดังเบซาร์ – หาดใหญ่) พุ่งชนรถยนต์กระบะบริเวณจุดตัดทางรถไฟบ้านบางควาย ต.ทุ่งหมอ เนื่องจากท้องรถค้างติดอยู่บนรางขณะพยายามขับข้าม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
พิกัดจุดตัดและทางลักผ่านเสี่ยงในจังหวัดสงขลา
จากการสำรวจพิกัดที่มีปริมาณการสัญจรหนาแน่น ทัศนวิสัยจำกัด และเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก มีจุดสำคัญที่ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนี้
พื้นที่ อ.หาดใหญ่
- จุดตัดทางรถไฟท่าเคียน เขตเมืองชั้นในที่มีปริมาณรถสัญจรผ่านหน้าแน่นตลอดทั้งวัน
- จุดตัดทางรถไฟบ้านเสม็ดชุน (ต.ควนลัง)เส้นทางสายรองเชื่อมต่อชุมชนขนาดใหญ่
- จุดตัดบริเวณบ้านสทิ้งหม้อ / บ้านดินลาน (ต.บางกล่ำ รอยต่อหาดใหญ่)เส้นทางสายในชุมชนที่มีทัศนวิสัยบางช่วงค่อนข้างจำกัด พื้นที่ อ.นาหม่อม
- จุดตัดทางรถไฟบ้านนาหม่อม และบริเวณควนมีด จุดเสี่ยงที่เคยเกิดเหตุสลดรถไฟชนคนเดินเท้าและจักรยานยนต์บ่อยครั้ง ต้องอาศัยความระมัดระวังในการมองสัญญาณไฟอย่างมาก
พื้นที่ อ.สะเดา (เส้นทางสายหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์)
- จุดตัดทางรถไฟบ้านด่านนอก และบ้านคลองแงะมีรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถขนส่งสินค้าข้ามฝั่งเป็นจำนวนมาก
- ทางลักผ่านตามแนวสวนยางพารา จุดที่ชาวบ้านเปิดช่องทางเพื่อข้ามกันเอง ไม่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติ มีเพียงป้ายเตือน และมักถูกต้นไม้บดบังทัศนวิสัย
เจาะลึกพฤติกรรมเสี่ยง “ตัวการหลัก” อุบัติเหตุซ้ำซาก
สถิติจากคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสงขลา ระบุว่า มากกว่า 70% ของอุบัติเหตุในพื้นที่ เกิดขึ้นบน ”ทางลักผ่าน“หรือทางที่ไม่มีไม้กั้นถูกต้องตามกฎหมาย ประกอบกับพฤติกรรมความคุ้นชินเส้นทางของคนในพื้นที่ ทำให้เกิดความชะล่าใจ ขับรถ “วัดใจ” ข้ามตัดหน้าขบวนรถไฟที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง หรือขับขี่ด้วยความประมาทจนท้องรถติดหล่มผิวทางจนหนีไม่ทัน
ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างการทยอยปิดทางลักผ่านที่ผิดกฎหมาย ปรับปรุงภูมิทัศน์ และเร่งพัฒนาโครงการสะพานข้ามหรือทางลอดระดับดินในหลายจุดเพื่อความปลอดภัยในอนาคต
คาถาความปลอดภัยก่อนข้ามทางรถไฟทุกครั้ง เพื่อป้องกันความสูญเสียที่ไม่คาดคิด ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
- ชะลอและหยุดรถ ก่อนถึงจุดตัดอย่างน้อย 5 เมตร
- มองซ้าย–ขวา มั่นใจว่าไม่มีสัญญาณหวีดรถไฟ จึงค่อยขับข้าม
- ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด ห้ามขับรถแซงคิวคร่อมราง หรือฝ่าไม้กั้นและสัญญาณเตือน
- เลี่ยงทางลักผ่าน พยายามเลือกใช้จุดตัดที่มีเครื่องกั้นอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ด้วยความห่วงใย ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนเดินทางด้วยความไม่ประมาท เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น


