เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 โพสต์ภาพขณะกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมเผยแถลงการณ์ “คำมั่นสัญญาลูกผู้ชาย” หลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน DSI โดยยืนยันให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม และพร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
โดยระบุว่า… ชี้แจง คำมั่นสัญญาลูกผู้ชาย!!!
เรียนพี่น้องประชาชน ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา มีพี่น้องและสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีที่ผมตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการอยู่ วันนี้ ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคม ดังนี้
ประการแรก ผมขอยืนยันว่า ได้ปฏิบัติตามคำพูดที่ให้ไว้กับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะลูกผู้ชายว่าเมื่อปิดสมัยประชุมสภาแล้ว ผมจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาโดยทันที เพราะผมเชื่อว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องรับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง และวันนี้ผมก็ได้ทำตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ทุกประการ ไม่มีการหลีกเลี่ยงหรือบ่ายเบี่ยงกระบวนการยุติธรรมแต่อย่างใด
ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมไม่เคยหลบหนี ไม่เคยปฏิเสธการเข้าพบพนักงานสอบสวน และไม่เคยใช้อำนาจหน้าที่ทางการเมืองเข้าไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมแม้แต่ครั้งเดียว
ประการที่สอง ช่วงที่ผ่านมา มีผู้พยายามนำกรณีของผมไปเปรียบเทียบกับกรณีของ สส.ภาวุธ จนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “สองมาตรฐาน” ในสังคม ผมขอเรียนว่า ในความเป็นจริง กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการกับผมตามขั้นตอนของกฎหมายมาโดยตลอด หลายขั้นตอนที่เป็นข่าวในกรณีของท่านภาวุธนั้น ผมเองก็เคยผ่านกระบวนการเดียวกันมาก่อน ทางหน่วยงานไม่ได้ปฎิบัติ สองมาตราฐานแต่อย่างใด
ผมไม่เคยเรียกร้องให้ใครได้รับการปฏิบัติที่หนักหรือเบากว่ากัน สิ่งเดียวที่ผมคาดหวังคือ ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติภายใต้มาตรฐานเดียวกันของกฎหมาย และขออย่าให้การเปรียบเทียบระหว่างคดีของแต่ละบุคคลนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะแต่ละคดีมีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่แตกต่างกัน
ประการที่สาม ผมเข้าใจดีว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยเป็นระบบกล่าวหา เมื่อมีผู้กล่าวหาและมีเหตุอันควร เจ้าหน้าที่ก็มีหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งผมเคารพการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและทุกหน่วยงาน
อย่างไรก็ตาม การถูกกล่าวหาไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นมีความผิด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ผมจึงขอใช้สิทธิตามกฎหมายในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมเช่นเดียวกับประชาชนทุกคน
ประการสุดท้าย จากการเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ จากการรับฟังการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ประเด็นที่มีการสอบถามเป็นพิเศษคือเรื่องเส้นทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับเพื่อนของผม ซึ่งเป็นที่มาของข้อกล่าวหาว่าผมเกี่ยวข้องกับกลุ่มนายทุน
ในประเด็นดังกล่าว ผมพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมนำพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการ เพื่อให้สังคมได้รับทราบความจริง และเพื่อพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นนั้นสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่
ท้ายที่สุด ผมขอขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ และขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า ผมจะให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ พร้อมพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ไม่ใช่ด้วยกระแสสังคมหรือการตัดสินล่วงหน้า
ผมเชื่อมั่นว่า ความจริงไม่ควรถูกตัดสินผ่านกระแสสังคม แต่ควรพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานภายใต้กระบวนการยุติธรรม และเมื่อความจริงปรากฏ ผมพร้อมยอมรับผลของกระบวนการทุกประการ
ลงชื่อ
ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร


