ม.อ,นำยุทธศาสตร์ไตรพลัง ขับเคลื่อนนโยบายภาคใต้สู่ความสุข

เพิ่มหัวเรื่อง 42

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) โดยสถาบันนโยบายสาธารณะ ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวที “การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อภาคใต้แห่งความสุข” มุ่งสร้างความมั่นคง 4 เรื่อง คือ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสุขภาพ ความมั่นคงทางมนุษย์ และความมั่นคงทางทรัพยากรธรรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใช้ยุทธศาสตร์ไตรพลัง ในการหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานเชิงนโยบายสู่เป้าหมายภาคใต้แห่งความสุข

วันนี้ (24 มิถุนายน 2568) เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมคิงส์ตัน ชั้น 5 เฟส 3 โรงแรมคริสตัล อำเภอหาดใหญ่จังหวัดสงขลา ศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษเรื่อง “นโยบายสาธารณะเพื่อภาคใต้แห่งความสุข” โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำเสนอ “20 ปี กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อภาคใต้แห่งความสุข” ว่า

​ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ภาคีเครือข่ายในภาคใต้ มีการกำหนดเป้าหมาย “ภาคใต้แห่งความสุข”  การจะทำให้บรรลุเป้าหมายภาคใต้แห่งความสุขนั้น ต้องทำให้เกิดความมั่นคง 4 เรื่อง คือ ความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสุขภาพ ความมั่นคงทางมนุษย์ และความมั่นคงทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

การขับเคลื่อนทั้ง 4 เรื่องดังกล่าว มีความสอดคล้องและตรงกับยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (Strategic Objective :SOs) 5 ด้าน คือ SO1 สร้างความมั่นคงด้านอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อความอยู่ดีมีสุข SO2 สร้างความเชี่ยวชาญและบริการทางสุขภาพและการแพทย์ระดับโลก SO3 สร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสองคาบสมุทร SO4 สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและวิถีสุวรรณภูมิสู่ความยั่งยืน และSO5 ยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยว 

การจัดงานเวทีนโยบาย “การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อภาคใต้แห่งความสุข” 

ซึ่งจัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์สำคัญ คือ ศักยภาพของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะช่วยขับเคลื่อนสู่เป้าหมายภาคใต้แห่งความสุขอย่างยั่งยืนได้อย่างไร? 

การจัดเวทีครั้งนี้  จะมีการรวบรวม องค์ความรู้ ผลงานวิจัย นวัตกรรม จากการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (Strategic Objective :SOs) ทั้ง 5 ด้าน  และนํามาสู่การออกแบบร่วมกัน ในการยกระดับขยายผลเชิงระบบและเชิงนโยบาย  ผู้เข้าร่วมเวทีครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ประธานยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน (Strategic Objective : SOs) ประธาน Taskforce เลขาคณะทำงาน คณบดี ผู้อํานวยการ อาจารย์บุคลากรที่เกี่ยวข้องของมหาวิทยาลัย และตัวแทนแกนนําภาคีครือข่ายสร้างสุขภาคใต้ ที่ขับเคลื่อนงานทั้ง 4 ประเด็นความมั่นคง  120 คน

​กิจกรรมในงานประกอบด้วย การปาฐกถา บทบาทของมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ โดยศาสตราจารย์ ดร.สนิท อักษรแก้ว นายกสภามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายกสภามหาวิทยาลัย การนำเสนอพัฒนาการของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อภาคใต้แห่งความสุข ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา  โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  

การเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน เช่น ดร.สง่า ดามาพงษ์ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์  รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  นางพรรณทิพารัตนะ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคใต้ นายไมตรี จงไกรจักร กรรมการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท และ ดร.สินาด ตรีวรรณไชย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดำเนินการเสวนาโดย  ดร.เพ็ญ สุขมาก ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  

ภาคบ่าย มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็น เพื่อออกแบบนำผลงานวิจัย ชุดความรู้ นวัตกรรม สู่การกำหนดนโยบายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัย ใน 5 ด้าน ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน (Strategic Objective :SOs) จำนวน 5 กลุ่ม คือความมั่นคงทางอาหาร : สร้างความมั่นคงด้านอาหารและเกษตรกรรมยั่งยืนเพื่อความอยู่ดีมีสุขความมั่นคงทางสุขภาพ: สร้างความเชี่ยวชาญและบริการทางสุขภาพ และการแพทย์ระดับโลก ความมั่นคงทางทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม: สร้างความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสองคาบสมุทร ความมั่นคงทางมนุษย์: สร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและวิถีสุวรรณภูมิสู่ความยั่งยืนและ ยกระดับเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการ ท่องเที่ยว

“ผลการจัดเวทีในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้เกิดกระบวนการการนำผลงานวิจัย ชุดความรู้ ขยับในเชิงนโยบาย และเชื่อมร้อยเครือข่ายระหว่างนักวิชาการมหาวิทยาลัยกับเครือข่ายขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนากลไกหนุนเสริมในการขยับงานเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์แห่งคุณค่า เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป” รองอธิการบดี ม.อ. กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *