กอท.ประณามสหรัฐ-อิสราเอลจุดสงครามทำลายระเบียบ-เศรษฐกิจโลก

ปกข่าวเพจ 1

ดร.อับดลรอหมาน กาเหย็ม คณะกรรมการอิสลามจังหวัดสงขลา/คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดสงครามขึ้นไม่ว่าที่ใด ซึ่งขณะนี้ได้เกิดขึ้นที่ตะวันออกกลางจากการกระทำของคนไม่กี่คน ตัวละครหลักคือ ประเทศสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่าน

“ในฐานะที่ผมจบมาทางรัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยส่วนตัวไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าโลกมีการแข่งขันแย่งชิงผลประโยชน์กัน มันมีเงื่อนงำที่ซับซ้อนซ่อนอยู่เยอะ” ดร.อับดลรอหมาน กล่าว และว่า

จากการวิเคราะห์กัน เป็นการแย่งชิงพื้นที่ทรัพยากร ขยายอำนาจเพื่อเป็นเจ้าของทรัพยากรที่มีมหาศาลในพื้นที่เหล่านี้ ทั้งอเมริกา จีน รัสเซีย เช่น การจัดตั้งกลุ่ม BRICS ขึ้นมาของกลุ่มประเทศกลุ่มใหม่ ที่อาจส่งผลต่ออเมริกาที่เป็นใหญ่อยู่แต่เดิม ซึ่งอาจส่งผละต่อเงินดอลลาร์ และดอลล่าร์ก็อาจจะมีค่าแค่กระดาษในอนาคต รวมถึงผลประโยชน์อื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริการหวงผลประโยชน์ในพื้นที่ตรงนั้น ดูได้จากการตั้งฐานทัพไว้ในหลายประเทศแถบนั้น ทั้งหมดนี้เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งทำให้เกิดสงคราม

“ผมขอประณามผู้ที่จุดชนวนสงครามขึ้นมา ทั้งอเมริกาและอิสราเอล เพราะเป็นผู้ที่จุดชนวนสงครามครั้งนี้ ซึ่งความจริงก็มีการเจรจากันอยู่ การเจรจาก็ไม่ใช่จะจบแค่ครั้งเดียว แต่ต้องใช้เวลาพูดคุยตกลงกัน นัดอีกครั้งวันจันทร์ พอวันเสาร์ทั้งสองประเทศก็ไปทิ้งระเบิดใส่อิหร่าน เหมือนเป็นการวางแผนเพื่อให้คนอื่นเห็นว่ามีการเจรจา แต่เมื่อไม่เป็นผลจึงดำเนินมาตรการขึ้นเด็ดขาด”

เหมือนจงใจวางแผนเพื่อความได้เปรียบ ไม่ใช่ตั้งใจเจรจาให้ได้ข้อตกลงโดยสันติ และสร้างข้ออ้างในการจุดชนวนสงครามขึ้นมา ยิ่งความเสียหายร้ายแรงที่ทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนประถมนักเรียนหญิงล้วนเสียชีวิตจำนวนมาก มันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ แล้วก็ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีการออกมาแถลงการณ์ใดๆ ชาวโลกประณามก็ไม่สนใจ

“หลายคนบอกว่า ถ้าไปสนับสนุนอีหร่านก็เท่ากับไปสนับสนุนชีอะฮ์ แต่ส่วนตัวผมมองว่าในแง่ของอะกีดะฮ์(หลักการยึดมั่น)บางอย่างเราไม่สนับสนุน แต่เหตุการณ์นี้เราต้องมองในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์ที่ถูกอธรรม ถูกรังแกก่อน เขาก็ต้องต่อสู้ดิ้นรน เพราะหากไม่ต่อสู้เขาก็ต้องถูกกดขี่อยู่ตลอดเวลา แล้วครั้งนี้ทั้งอเมริกาและอิสราเอลคงประเมินพลาดไป ทำให้สงครามการต่อสู้ยิ่งลากยาว ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ราคาทองคำ ราคาน้ำมันที่แพงขึ้น กระทบกับทุกประเทศ“

และเมื่อมองในฐานะนักรัฐศาสตร์ การกระทำของสองประเทศที่ก่อสงครามเป็นเรื่องที่เกินเลยไปมาก เป็นการทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ ทำลายระเบียบกฎเกณฑ์ของโลกที่วางกันไว้โดยสหประชาชาติชัดเจน แล้วครั้งนี้หากว่าอเมริกาและอิสราเอลชนะสงคราม ก็เท่ากับเป็นการสร้างบรรทัดฐานว่าใครที่มีอำนาจ มีอาวุธมีกองกำลังมากกว่าก็สามารถรุกรานยึดประเทศอื่นได้โดยไม่ต้องสนใจอะไร ไม่มีความผิดใดๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นโลกใบนี้ก็ต้องเกิดสงครามการต่อสู้กัน หาสันติภาพหาความสงบสุขกันไม่ได้อีกต่อไป

อเมริการอ้างว่าทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ แต่เราก็มองกันออกว่าทำไปผลประโยชน์ของตัวผู้นำเองมากกว่า เพราะประธานาธิบดีของอเมริกาเป็นนักธุรกิจและมีเครือข่ายธุรกิจ มีบริษัทของตัวเอง และกลุ่มธุรกิจของตัวเองที่เกี่ยวข้องด้านพลังงานจำนวนมาก เห็นได้จากที่มีการลักพาตัวผู้นำประเทศเวเนซุเอลา แล้วเอานักธุรกิจด้านเชื้อเพลิงพลังงานเข้าไปทันที ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ทั้งหมดทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวไม่ใช่ประเทศชาติ ในขณะที่เศรษฐกิจของอเมริกาเองก็ย่ำแย่และอยู่ในภาวะใกล้จะล้ม” กอท. กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *